กรุงเทพฯ เกาะกลุ่มเมืองที่มีต้นทุนการเช่าสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมถูกที่สุดในโลก

แม้ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ จะปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันมาเป็นปีที่ 8

ธันวาคม 07, 2561

แม้ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ จะปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันมาเป็นปีที่ 8 แต่ผลการศึกษาล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยให้เห็นว่า กรุงเทพฯ ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีต้นทุนการเช่าพื้นที่สำนักงานเกรดพรีเมี่ยมที่ถูกที่สุดในโลก

ผลการศึกษาดังกล่าวของเจแอลแอล ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีต้นทุนการเช่าพื้นที่สำนักงานเกรดพรีเมี่ยมถูกที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยมีต้นทุนการเช่า (หมายรวมถึงค่าเช่าพื้นที่สำนักงานรวมภาษีและค่าบริการ) รวมเฉลี่ยที่ 42 ดอลลาร์หสรัฐฯ ต่อตารางฟุตต่อปี ถูกกว่าย่านเซ็นทรัลของฮ่องกงถึง 8 เท่า นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองที่มีต้นทุนการเช่าพื้นที่สำนักงานเกรดพรีเมี่ยมถูกที่สุดเป็นอันดับ 4 ของเอเชียแปซิฟิก ถัดจากเมืองเฉินตูของจีน กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย

ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านรายงานการวิจัยที่มีชื่อว่า Premium Office Rent Tracker ซึ่งเจแอลแอลจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 4 โดยนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบค่าเช่าอาคารสำนักงานที่มีค่าเช่าสูงสุดในทำเลธุรกิจชั้นนำ 72 ทำเลใน 61 หัวเมืองใหญ่ทั่วโลก

รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า เมืองที่มีต้นทุนการเช่าพื้นที่สำนักงานเกรดพรีเมี่ยมถูกที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก คือ นครโจฮันเนสเบิร์กของประเทศแอฟริกาใต้  ตามด้วยกรุงไนโรบีของประเทศเคนยา

ส่วนทำเลที่มีต้นทุนการเช่าพื้นที่สำนักงานเกรดพรีเมี่ยมแพงที่สุดในโลก คือย่านเซ็นทรัลของฮ่องกง โดยมีต้นทุนรวมเฉลี่ยที่ 338 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตารางฟุตต่อปี และครองตำแหน่งนี้ติดต่อกันเป็นปีที่สี่ สูงกว่าย่านมิดทาวน์ของนิวยอร์ก 60% และย่านเวสต์เอ็นด์ของลอนดอนเกือบ 75%

ต้นทุนการเช่าพื้นที่สำนักงานเกรดพรีเมี่ยมที่สูงโด่งในย่านเซ็นทรัลของฮ่องกง เป็นผลมาจากการที่บริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้ามาเปิดดำเนินธุรกิจในฮ่องกง ต่างต้องการเช่าพื้นที่สำนักงานในอาคารเกรดเอ

นายเดนิส หม่า หัวหน้าฝ่ายวิจัยเจแอลแอลฮ่องกง กล่าวว่า "ในขณะที่ฮ่องกงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของเอเชีย ย่านเซ็นทรัลยังคงเป็นแหล่งรวมธุรกิจการเงินการธนาคารที่สำคัญที่สุด อาคารสำนักงานในย่านนี้มีพื้นที่ว่างเหลือเช่าต่ำมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เช่าปรับตัวสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ค่าเช่าที่สูงมากได้ทำให้มีบริษัทจำนวนมากขึ้นที่กำลังหันไปพิจารณาอาคารสำนักงานที่มีค่าเช่าถูกว่าในย่านรอบนอกแทน ดังจะเห็นได้จากการที่ในไตรมาสสามของปีนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของธุรกรรมการเช่าพื้นที่สำนักงานในฮ่องกง เกิดขึ้นในทำเลรอบนอก

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในบรรดา ทำเลสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมที่มีค่าเช่าแพงที่สุด 10 ทำเลของเอเชีย มี 6 ทำเลที่เป็นย่านธุรกิจในเมืองใหญ่ของจีน (ฮ่องกง ปักกิ่ง เสิ่นเจิ้น และเซี่ยงไฮ้) เช่นเดียวกับสิงคโปร์ซึ่งในปีนี้ไต่ขึ้นอยู่ในกลุ่ม 10 ทำเลที่แพงที่สุดของเอเชีย จากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับที่ 14

กลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคารเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเช่าพื้นที่สำนักงานเกรดพรีเมี่ยมมากที่สุดในโลก โดยในบรรดาทำเล 72 ทำเลที่ครอบคลุมในการศึกษา พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งมีกลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคารเป็นผู้เช่ามากที่สุด

นายเจรามี เชลดอน กรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หน่วยธุรกิจบริการด้านอาคารสำนักงาน เจแอลแอล กล่าวว่า "กลุ่มสถาบันการเงิน อาทิ บริษัท/องค์กรที่ให้บริการด้านวาณิชธนกิจ และบริการการเงินสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับองค์กร หรือลูกค้ารายบุคคลรายใหญ่ ล้วนมีที่ทำงานในอาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ โตเกียว และสิงคโปร์ แม้ต้นทุนจะเป็นปัจจัยใหญ่ แต่บริษัทเหล่านี้ให้ความสำคัญอันดับต้นๆ กับการมีสำนักงานในอาคารเกรดพรีเมี่ยม เพื่อใช้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการดึงดูดพนักงานที่บริษัทต้องการ"

บริษัทผู้เช่าจากทุกภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการมีสำนักงานในอาคารที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เนื่องจากตระหนักมากขึ้นว่า เป็นปัจจัยที่มีส่วนช่วยในการดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถ ย่านเซ็นทรัลของฮ่องกงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มดังกล่าวนี้ได้เป็นอย่างดี จากการตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เข้าถึงระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูงได้ง่าย รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวก และมีสาธารณูปโภคด้านดิจิตอลที่มีคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีส่วนในการช่วยให้บริษัท/องค์กรสามารถดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กรด้วย


เกี่ยวกับ JLL

JLL จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจบริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และบริหารการลงทุน วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างจินตนาการใหม่ให้กับโลกแห่งอสังหาริมทรัพย์ สร้างโอกาสที่ดี และมีส่วนร่วมในการสรรค์สร้างอสังหาริมทรัพย์อันน่าอัศจรรย์ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถสานความใฝ่ฝันให้เป็นจริง ซึ่งตามวิสัยทัศน์ที่นี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า พนักงานและชุมชนของเรา JLL เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่ที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่มีรายได้สูงสุดตามการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์จูน โดยในปีที่ผ่านมา มีรายได้ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศและมีพนักงานทั่วโลกรวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 91,000 คน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562) JLL เป็นชื่อแบรนด์และเครื่องหมายการค้าของบริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (Jones Lang LaSalle Incorporated) ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.com

เกี่ยวกับ JLL ประเทศไทย

สำหรับในประเทศไทย JLL เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2533 ปัจจุบันเป็นบริษัทระหว่างประเทศผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยพนักงาน 1,600 คน มีอสังหาริมทรัพย์และสถานประกอบการภายใต้การบริหารจัดการคิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 5 ล้านตารางเมตร JLL ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลระดับห้าดาวในสาขาที่ปรึกษาและตัวแทนซื้อขายให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย จากการประกาศรางวัล International Property Awards Asia Pacific 2019/2020 นอกจากนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์โดยยูโรมันนีประจำปี 2561 JLL ได้รับการโหวตให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 8 และยังได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในสาขาบริการตัวแทนซื้อขายให้เช่า บริการงานวิจัย และบริการประเมินราคาทรัพย์สิน ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.co.th

 

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ? ติดต่อทีมงานของเรา