ราว 25% ของออฟฟิศให้เช่าทั่วอาเซียนจะถูกเข้าใช้โดยกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีภายในปี ค.ศ. 2030

รายงานจากเจแอลแอล เผย การเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ส่งผลให้ความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานในจาการ์ตา กรุงเทพฯ มะนิลา และนครโฮจิมินห์ ปรับเพิ่มสูงขึ้น

กันยายน 11, 2561

ในขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล คาดว่า กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจะมีความต้องการเช่าใช้พื้นที่สำนักงานมากขึ้น โดยในอาจมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 15-25% ของความต้องการในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าของอาเซียนภายในทศวรรษหน้า จากที่เคยมีสัดส่วนอยู่ที่ 10% ในปี 2558

รายงานฉบับดังกล่าวของเจแอลแอลมีชื่อว่า Technology firms transform Southeast Asia (กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเปลี่ยนโฉมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

เรจินา ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านตลาดทุนของเจแอลแอลภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "จากการที่บริษัทเทคโนโลยีมีแนวโน้มต้องการใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนหรือผู้พัฒนาโครงการที่มีแผนจะสร้างอาคารสำนักงานใหม่ อาจออกแบบโครงการให้มีพื้นที่ใช้สอยสอดคล้องกับความต้องการของบริษัทผู้เช่ากลุ่มนี้"

ในปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจเทคโนโลยีมีการเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การเติบโตที่รวดเร็วของธุรกิจกลุ่มนี้จะมีส่วนอย่างมากในการทำให้มีการเช่าใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มมากขึ้น โดยเจแอลแอลคาดว่า ความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6% ต่อปี ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า จากนี้ไปจนถึงปี 2568 ภูมิภาคนี้จะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยราว 5% ต่อปี สูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะมีอัตราเฉลี่ยที่ 3.5% ต่อปี

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ด้วยว่า เศรษฐกิจอินเทอร์เน็ต (กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาศัยอินเทอร์เน็ต) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2568 และธุรกิจอีคอมเมอร์สหรือการซื้อขายออนไลน์จะเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตเร็วที่สุด โดยอาจมีมูลค่าสูงถึง 88,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ธุรกิจอีคอมเมอร์สในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะมีการขยายตัวเฉลี่ย 30% ต่อปี อ้างอิงจากผลการศึกษาที่ทำร่วมกันระหว่าง Google และ Temasek

รายงานของเจแอลแอลเปิดเผยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา  กลุ่มบริษัทด้านอินเทอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทในธุรกิจซื้อขายออนไลน์ที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้บริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้แก่ อาลีบาบา เฟสบุค กูเกิล และ Sea มีการเช่าใช้พื้นที่สำนักงานรายละประมาณ 20,000-50,000 ตารางเมตรใน 3-5 เมืองของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการว่าจ้างพนักงานเพิ่มเฉลี่ย 30%-50% ต่อปีในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา

นางสาวลิม กล่าวว่า "เชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า บริษัทเทคโนโลยีจะยังคงมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากอีคอมเมอร์สแล้ว เกมและกีฬาออนไลน์ เป็นบริษัทเทคโนโลยีกลุ่มต่อไปที่มีแนวโน้มจะเช่าใช้พื้นที่สำนักงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต"

รายงานของเจแอลแอล ระบุว่า จาการ์ตา กรุงเทพฯ มะนิลา และนครโฮจิมินห์ เป็นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีมีความต้องการเช่าใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มมากขึ้นเร็วที่สุด

ส่วนทำเลที่บริษัทเทคโนโลยีนิยมเลือกเป็นที่ตั้งสำนักงาน มีความแตกต่างกันไป โดยที่สิงคโปร์ จาการ์ตา และมะนิลา นิยมเลือกทำเลชั้นดีในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ที่กัวลาลัมเปอร์ พบว่า ทำเลนอกศูนย์กลางธุรกิจที่มีระบบขนส่งมวลชลเข้าถึงได้รับความนิยม ส่วนกรุงเทพฯ ทำเลยอดนิยมยังคงเป็นย่านธุรกิจหลักๆ ตามแนวรถไฟฟ้า

ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งของสำนักงานของบริษัทเทคโนโลยี ได้แก่ ความสะดวกของพนักงาน นโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐฯ และความสะดวกในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยปลีกย่อยอื่นๆ อีก อาทิ โครงการมิกซ์ยูสที่มีทั้งอาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย และศูนย์การค้ารวมอยู่ในที่เดียวกัน มักได้รับความนิยม ในขณะเดียวกัน ความโดดเด่นของอาคาร รวมถึงความเป็นไปได้ในการติดป้ายชื่อบริษัทภายนอกตัวอาคาร มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่ตั้งสำนักงานของบริษัทเทคโนโลยีด้วย

 "ทั้งนี้และทั้งนั้น บริษัทเทคโนโลยีจะยังคงให้ความสำคัญต่อคุณภาพของอาคาร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาหรือดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ ดังนั้น ผู้พัฒนาโครงการที่วางแผนจะมีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ จำเป็นต้องเข้าใจสิ่งที่บริษัทผู้เช่าในกลุ่มนี้ต้องการ" นางสาวลิมกล่าว


เกี่ยวกับ JLL

JLL จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจบริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และบริหารการลงทุน วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างจินตนาการใหม่ให้กับโลกแห่งอสังหาริมทรัพย์ สร้างโอกาสที่ดี และมีส่วนร่วมในการสรรค์สร้างอสังหาริมทรัพย์อันน่าอัศจรรย์ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถสานความใฝ่ฝันให้เป็นจริง ซึ่งตามวิสัยทัศน์ที่นี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า พนักงานและชุมชนของเรา JLL เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่ที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่มีรายได้สูงสุดตามการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์จูน โดยในปีที่ผ่านมา มีรายได้ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศและมีพนักงานทั่วโลกรวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 91,000 คน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562) JLL เป็นชื่อแบรนด์และเครื่องหมายการค้าของบริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (Jones Lang LaSalle Incorporated) ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.com

เกี่ยวกับ JLL ประเทศไทย

สำหรับในประเทศไทย JLL เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2533 ปัจจุบันเป็นบริษัทระหว่างประเทศผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยพนักงาน 1,600 คน มีอสังหาริมทรัพย์และสถานประกอบการภายใต้การบริหารจัดการคิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 5 ล้านตารางเมตร JLL ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลระดับห้าดาวในสาขาที่ปรึกษาและตัวแทนซื้อขายให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย จากการประกาศรางวัล International Property Awards Asia Pacific 2019/2020 นอกจากนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์โดยยูโรมันนีประจำปี 2561 JLL ได้รับการโหวตให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 8 และยังได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในสาขาบริการตัวแทนซื้อขายให้เช่า บริการงานวิจัย และบริการประเมินราคาทรัพย์สิน ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.co.th

 

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ? ติดต่อทีมงานของเรา