ข่าวสาร

ค่าเช่าออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้าแพงกว่าค่าเช่าเฉลี่ยทั่วกรุงเทพฯ เกือบ 20%

บริษัทผู้เช่ายอมจ่ายเพื่อความสะดวกของพนักงาน

กรกฎาคม 03, 2562

งานวิจัยล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยให้เห็นว่า อาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีบีทีเอสและเอ็มอาร์ที เป็นที่ต้องการสูงของบริษัทผู้เช่ามากกว่าอาคารที่อยู่ห่างจากสถานีออกไป เนื่องจากมีบริษัทจำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน แม้จะต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่สำนักงานสูงขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับค่าเช่าเฉลี่ยโดยทั่วไป

รายงานดังกล่าวจากเจแอลแอล แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความสัมพันธ์กันระหว่างผลประกอบการของอาคารสำนักงานให้เช่ากับระยะใกล้ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า โดยระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ ในแต่ละปีมีพื้นที่ว่างเหลือเช่าเฉลี่ยประมาณ 9% ในขณะที่อาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ในระยะไม่เกิน 250 เมตรจากสถานีบีทีเอสหรือเอ็มอาร์ที ในช่วงเวลาเดียวกัน มีพื้นที่เหลือเช่าน้อยกว่า คือเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4-5%

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “ในปัจจุบัน กลยุทธ์เกี่ยวกับสถานที่ทำงานกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่บริษัท/องค์กรต่างๆ ต้องมี เพราะสถานที่ทำงานมีบทบาทสำคัญในต่อประสิทธิผลการทำงานของพนักงาน และมีส่วนช่วยในการดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถ ซึ่งหนึ่งในหลายกลยุทธ์คือการให้ความสำคัญต่อความสะดวกสบายของพนักงาน ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากการที่บริษัทต่างๆ ต้องการมีออฟฟิศในอาคารที่อยู่ใกล้กับสถานีบีทีเอสหรือเอ็มอาร์ทีมากที่สุด หากเป็นไปได้”

การเป็นที่ต้องการสูงของบริษัทผู้เช่า ทำให้อาคารสำนักงานที่อยู่ใกล้หรือมีทางเชื่อมเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าสามารถเรียกค่าเช่าได้สูงกว่าอาคารที่อยู่ห่างออกไปอีกด้วย

รายงานจากเจแอลแอลระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ มีการปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อปีโดยขณะนี้มีอัตราเฉลี่ยที่ 728 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ในขณะที่อาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ใกล้หรือห่างจากสถานีรถไฟฟ้ามีค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย เฉลี่ยปีละ 4% และปัจจุบันมีอัตราอยู่ที่ 866 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน สูงกว่าค่าเช่าเฉลี่ยของทั้งตลาด 19%

นางสาวยุพา เสถียรภาพอยุทธ์ หัวหน้าฝ่ายบริการธุรกิจอาคารสำนักงานเจแอลแอล กล่าวว่า “เพื่อให้การเปรียบเทียบชัดเจนมากขึ้น เราสามารถพิจารณาเฉพาะอาคารสำนักงานเกรดเอ โดยจะพบว่า อาคารเกรดเอที่มีทางเชื่อมหรือเดินถึงสถานีรถไฟฟ้าได้สะดวกในขณะนี้ จะมีอัตราค่าเช่าอยู่ระหว่าง 1,100-1,600 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ในขณะที่อาคารสำนักงานเกรดเอทั่วกรุงเทพฯ มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 876 บาทต่อตารางเมตร ส่วนอาคารเกรดเอในย่านศูนย์กลางธุรกิจมีค่าเช่าเฉลี่ยที่ 943 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

“มีปัจจัยหลายปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการกำหนดอัตราค่าเช่า อาทิ อายุของอาคาร คุณภาพการออกแบบก่อสร้าง คุณภาพการบริหารจัดการ เป็นต้น แต่ชัดเจนว่า การมีทำเลอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้านับเป็นข้อได้เปรียบที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอาคาร ทั้งนี้ หากมีอาคารสำนักงานคุณภาพเดียวกันในทำเลเดียวกันหลายๆ อาคารให้เลือก แน่นอนว่า ผู้เช่าจะเลือกเช่าอาคารที่เข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าได้สะดวกที่สุด โดยเฉพาะหากค่าเช่าไม่ได้แตกต่างจากอาคารข้างเคียงมากจนเกินไปนัก” นางสาวยุพากล่าว

“มีโครงการก่อสร้างอาคารเกรดเอจำนวนหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้หรือมีทางเชื่อมเข้าสถานีรถไฟฟ้า และมีกำหนดจะสร้างเสร็จระหว่างปีนี้ถึงปี 2565 อาทิ อาคารสีลม เซ็นเตอร์ (2562) เดอะ ปาร์ค (2562) สปริงทาวเวอร์ (2562) อาคารวานิสสา (2563) โอ-เนส ทาวเวอร์ (2565) วัน ซิตี้ เซ็นเตอร์ (2565) และเดอะ ไรซ์ (2565) เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าโครงการเหล่านี้จะสามารถเรียกค่าเช่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมได้มาก แม้ตลาดอาคารสำนักงานกรุงเทพฯ อาจมีอัตราการว่างของพื้นที่เหลือเช่าปรับตัวสูงขึ้นในปี 2565 จากการมีอาคารสำนักงานใหม่จะสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นมีพื้นที่เช่ารวมกันมากถึง 382,000 ตารางเมตรในปีเดียวกัน” นางสาวยุพาสรุป


เกี่ยวกับ JLL

JLL จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจบริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และบริหารการลงทุน วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างจินตนาการใหม่ให้กับโลกแห่งอสังหาริมทรัพย์ สร้างโอกาสที่ดี และมีส่วนร่วมในการสรรค์สร้างอสังหาริมทรัพย์อันน่าอัศจรรย์ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถสานความใฝ่ฝันให้เป็นจริง ซึ่งตามวิสัยทัศน์ที่นี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า พนักงานและชุมชนของเรา JLL เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่ที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่มีรายได้สูงสุดตามการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์จูน โดยในปีที่ผ่านมา มีรายได้ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศและมีพนักงานทั่วโลกรวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 91,000 คน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562) JLL เป็นชื่อแบรนด์และเครื่องหมายการค้าของบริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (Jones Lang LaSalle Incorporated) ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.com

เกี่ยวกับ JLL ประเทศไทย

สำหรับในประเทศไทย JLL เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2533 ปัจจุบันเป็นบริษัทระหว่างประเทศผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยพนักงาน 1,600 คน มีอสังหาริมทรัพย์และสถานประกอบการภายใต้การบริหารจัดการคิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 5 ล้านตารางเมตร JLL ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลระดับห้าดาวในสาขาที่ปรึกษาและตัวแทนซื้อขายให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย จากการประกาศรางวัล International Property Awards Asia Pacific 2019/2020 นอกจากนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์โดยยูโรมันนีประจำปี 2561 JLL ได้รับการโหวตให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 8 และยังได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในสาขาบริการตัวแทนซื้อขายให้เช่า บริการงานวิจัย และบริการประเมินราคาทรัพย์สิน ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.co.th