ข่าวสาร

การซื้อขายโรงแรมเชียงใหม่ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

การมีโรงแรมคุณภาพดีเสนอขายและแนวโน้มที่ดีขึ้นของภาคการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ดึงดูดให้นักลงทุนสนใจ

พฤษภาคม 31, 2565

บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยว่า เชียงใหม่มีแนวโน้มที่จะเห็นการลงทุนซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากมีโรงแรมที่น่าสนใจส่วนหนึ่งออกมาเสนอขาย ในขณะที่นักลงทุนมองแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวของไทยในเชิงบวกมากขึ้นหลังการคลายมาตรการล็อคดาวน์

นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม ของเจแอลแอล กล่าวว่า “เชียงใหม่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยช่วงก่อนโควิด-19 เชียงใหม่นับเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา”

“การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ทั้งของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ส่งผลให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมมีบรรยากาศที่ดีขึ้น โดยสะท้อนให้เห็นได้จากการที่เชียงใหม่เริ่มกลับมามีโรงแรมเปิดใหม่ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่สร้างใหม่ หรือที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ ตัวอย่างเช่น โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ ซึ่งเปิดแล้วต้นปีนี้ และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง ที่เตรียมจะเปิดปลายปีนี้” นายจักรกริชกล่าว

เชียงใหม่ยังเป็นหนึ่งในตลาดโรงแรมอันดับต้นๆ ของไทยที่ได้รับความสนใจต่อเนื่องจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ดี กิจกรรมการลงทุนซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นมาก เนื่องจากที่ผ่านมา โรงแรมคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุนออกมาเสนอขายน้อยเมื่อเทียบกับหัวเมืองหลักอื่นๆ แต่ในปีนี้ คาดว่ากิจกรรมการลงทุนในตลาดโรงแรมเชียงใหม่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการมีสินทรัพย์รายการสำคัญๆ จำนวนหนึ่งออกมาเสนอขาย นายจักรกริชกล่าว

หนึ่งในสินทรัพย์รายการสำคัญที่กำลังเสนอขายในขณะนี้ คือ โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ซึ่งบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เทอมอล พาวเวอร์ จำกัด เพิ่งชนะการประมูลเมื่อไม่นานมานี้

โรงแรมแห่งนี้ ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดกว่า 150 ไร่ ห่างจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ราว 15 นาที มีห้องพัก 123 ห้อง เคยบริหารจัดการโดยแมนดาริน โอเรียนเต็ลระหว่างปี 2547 – 2556 และนับเป็นหนึ่งในโรงแรมที่หรูหราที่สุดในประเทศไทย โดยมีรางวัลการันตีมากมาย แต่จากสถานการณ์โควิด โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ได้หยุดการให้บริการลงชั่วคราวนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563

นายทวิช เตชะนาวากุล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เทอมอล พาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า “การตัดสินใจขายโรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ สอดรับกับกลยุทธ์ของเราที่ต้องการถอนการลงทุนจากธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจกิจหลักของบริษัท และเป็นไปตามคำแนะนำจากเจแอลแอล ที่เห็นว่าเวลานี้เป็นจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวของไทยมีทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เสริมที่ทำให้โรงแรมดาราเทวี ได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนที่มีความเข้มแข็งทางการเงินและกำลังหาโอกาสลงทุนในโรงแรมระดับพรีเมี่ยมชั้นนำของประเทศไทย”

นางสาวพิมพ์พะงา ยมจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริการลงทุนซื้อขายภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้านโรงแรม กล่าวว่า “โรงแรมดาราเทวี เป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มีความเป็นเฉพาะตัว ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความสนใจสูงจากหมู่นักลงทุน โดยเฉพาะการออกแบบทางสถาปัตยกรรมสไตล์ล้านนาที่โดดเด่น ซึ่งยากที่จะมีโอกาสที่จะมีโรงแรมสร้างขึ้นมาใหม่เทียบได้อีก และนับเป็นอีกหนึ่งในมรดกทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญของเชียงใหม่”

“นอกจากนี้ โรงแรมดาราเทวียังมีศักยภาพสูงที่นักลงทุนจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงอาคารสถานที่ที่มีอยู่เดิม หรือการขยายโรงแรมเพิ่มบนที่ดินราว 25 ไร่ที่ยังคงว่างเหลืออยู่” นางสาวพิมพ์พะงากล่าว

ในส่วนของภาพรวมการลงทุนซื้อขายโรงแรมที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุนในเชียงใหม่ พบว่า ในปี 2561 มีการซื้อขายเกิดขึ้นเพียงหนึ่งรายการ มูลค่าเพียง 85 ล้านบาท ในปี 2562-2563 ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น ส่วนในปี 2564 ที่ผ่านมา มีการลงทุนซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นรวมมูลค่าราว 300 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ มีการเจรจาซื้อขายโรงแรมในเชียงใหม่ที่กำลังใกล้จะเสร็จสิ้นแล้วหนึ่งรายการ มูลค่า 435 ล้านบาท


เกี่ยวกับ JLL

JLL จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: JLL) เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจบริการและบริหารการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ JLL มีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของอสังหาริมทรัพย์เพื่อโลกที่ดีกว่า ด้วยการสรรค์สร้างโอกาสที่ดี อสังหาริมทรัพย์ที่ยอดเยี่ยม และช่องทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งสำหรับลูกค้าและพนักงานของบริษัท ตลอดรวมจนถึงชุมชน โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุด JLL เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทชั้นนำที่ได้รับการจัดอันดับโดยฟอร์จูน (Fortune 500) ดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศ และมีพนักงานทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมกว่า 98,000 คน ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ทั่วโลกคิดเป็นยอดรวมทั้งสิ้นกว่า 19,400 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ JLL เป็นเครื่องหมายการค้าของ Jones Lang LaSalle Incorporated อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ jll.com