โคเวิร์คกิ้งสเปซแบรนด์ต่างชาติโตไม่หยุด

เตรียมขยายตัวเพิ่มอีกกว่าเท่าตัวในปี 2562

พฤศจิกายน 12, 2561

ธุรกิจโคเวิร์คกิ้งสเปซ หรือธุรกิจให้เช่าที่นั่งทำงานร่วม  ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ผู้ประกอบการโคเวิร์คกิ้งสเปสแบรนด์ต่างประเทศทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาคทยอยเข้ามาเปิดและขยายสาขาในกรุงเทพฯ โดยในขณะนี้ มีแบรนด์โคเวิร์คกิ้งสเปซต่างประเทศเข้ามาเปิดดำเนินธุรกิจแล้ว 5 รายมีสาขาคิดเป็นพื้นที่รวมกันทั้งสิ้นกว่า 23,000 ตารางเมตร การที่โคเวิร์คกิ้งสเปซแบรนด์ต่างประเทศเหล่านี้ เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการที่เป็นบริษัท/องค์กร ทำให้แต่ละสาขามีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

นางสาวยุพา เสถียรภาพอยุทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจอาคารสำนักงาน เจแอลแอล เปิดเผยว่า “สถานที่ให้บริการของโคเวิร์คกิ้งสเปซแบรนด์ต่างประเทศในกรุงเทพฯ ณ ขณะนี้ มีขนาดอยู่ระหว่าง 1,000-3,400 ตารางเมตร ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอาคารสำนักงานเกรดเอใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือรถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที”

ผู้ประกอบการเหล่านี้บางรายยังรุกขยายธุรกิจเพิ่ม โดยในขณะนี้ มีการเช่าพื้นที่สำนักงานเพื่อเตรียมเปิดสาขาใหม่ในปีหน้าคิดเป็นพื้นที่รวมกันอีกกว่า 30,000 ตารางเมตร ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นการเปิดสาขาขนาดใหญ่ที่สุดโดยผู้ประกอบการสองรายคือ Justco ขนาด 8,000 ตารางเมตรในโครงการสามย่านมิตรทาวน์ใกล้สถานีเอ็มอาร์ทีสามย่าน และ WeWork ขนาด 7,600 ตารางเมตรในอาคารที-วันซึ่งมีทางเชื่อมเข้าสถานีบีทีเอสทองหล่อ

“อันที่จริง ผู้ประกอบการบางรายมีแผนการขยายเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ติดอุปสรรคที่อาคารสำนักงานเกรดเอในทำเลชั้นดีของกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีผู้เช่าเต็มหรือเกือบเต็มหมดแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่อธิบายว่า เหตุใดโคเวิร์คกิ้งสเปซสาขาใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวขึ้นแทบทั้งหมดจึงอยู่ในโครงการอาคารสำนักงานที่จะสร้างเสร็จในปีหน้า” นางสาวยุพากล่าว

ในระยะแรกเริ่มในอดีต โคเวิร์คกิ้งสเปซจับกลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการที่เป็นคนทำงานอิสระและธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็ก แต่ในปัจจุบันได้ขยายมาจับกลุ่มลูกค้าระดับบริษัท/องค์กรเพิ่มมากขึ้น

นางสาวยุพากล่าวว่า “สำหรับบริษัท/องค์กรส่วนใหญ่ การใช้โคเวิร์คกิ้งสเปซยังคงเป็นเรื่องใหม่ในขณะที่มีบางบริษัทกำลังอยู่ในช่วงของการทดลองใช้ อย่างไรก็ดี จากการพูดคุยกับบริษัทขนาดใหญ่หลายๆ ราย พบว่า มีบริษัทจำนวนมากขึ้นที่สนใจพิจารณาใช้โคเวิร์คกิ้งสเปซเป็นสำนักงานทางเลือกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง ไม่มีการผูกมัดด้วยสัญญาเช่ายาวดังเช่นการเช่าสำนักงานปกติทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการในรูปแบบของการสมัครสมาชิก ซึ่งทำให้บริษัทที่ใช้บริการสามารถปรับเพิ่มหรือลดปริมาณจำนวนที่นั่งที่ต้องการใช้ได้ตามความจำเป็นในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนพนักงาน อีกทั้งยังมีความเหมาะสมสำหรับเช่าใช้เป็นที่ทำงานให้กับพนักงานที่ไม่จำเป็นต้องนั่งทำงานประจำในออฟฟิศ อาทิ ทีมงานฝ่ายขาย หรือทีมงานที่ดูแลงานเป็นรายโปรเจ็คต์” 

“อย่างไรก็ดี บริษัทต่างๆ ที่สนใจ ส่วนใหญ่ต้องการใช้โคเวิร์คกิ้งสเปซเป็นสถานที่ทำงานเสริมมากกว่าที่จะใช้แทนสำนักงานรูปแบบเดิมที่มีอยู่โดยสิ้นเชิง” นางสาวยุพากล่าว

แต่แม้กระนั้น โคเวิร์คกิ้งสเปซยังคงเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

รายงานการวิจัยของเจแอลแอลที่มีเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า ปริมาณออฟฟิศที่มีความยืดหยุ่นให้เช่า (หมายรวมถึงโคเวิร์คกิ้งสเปซและเซอร์วิสออฟฟิศ) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 40% โดยขณะนี้ มีปริมาณพื้นที่รวมทั้งสิ้นคิดเป็น 2% ของปริมาณพื้นที่สำนักงานที่มีอยู่ทั้งหมด เทียบกับปี 2558 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 0.5%-1% 

แนวโน้มเช่นเดียวกันนี้เกิดขึ้นในเอเชียแปซิฟิก โดยในช่วงระหว่างปี 2557-2560 ออฟฟิศที่มีความยืดหยุ่นให้เช่าในภูมิภาคมีปริมาณขยายตัวเพิ่มขึ้น 35.7% สูงกว่าอเมริกาและยุโรปที่มีการขยายตัวในอัตรา 25.7% และ 21.6% ตามลำดับ


เกี่ยวกับ JLL

JLL จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจบริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และบริหารการลงทุน วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างจินตนาการใหม่ให้กับโลกแห่งอสังหาริมทรัพย์ สร้างโอกาสที่ดี และมีส่วนร่วมในการสรรค์สร้างอสังหาริมทรัพย์อันน่าอัศจรรย์ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถสานความใฝ่ฝันให้เป็นจริง ซึ่งตามวิสัยทัศน์ที่นี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า พนักงานและชุมชนของเรา JLL เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่ที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่มีรายได้สูงสุดตามการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์จูน โดยในปีที่ผ่านมา มีรายได้ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศและมีพนักงานทั่วโลกรวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 91,000 คน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562) JLL เป็นชื่อแบรนด์และเครื่องหมายการค้าของบริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (Jones Lang LaSalle Incorporated) ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.com

เกี่ยวกับ JLL ประเทศไทย

สำหรับในประเทศไทย JLL เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2533 ปัจจุบันเป็นบริษัทระหว่างประเทศผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยพนักงาน 1,600 คน มีอสังหาริมทรัพย์และสถานประกอบการภายใต้การบริหารจัดการคิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 5 ล้านตารางเมตร JLL ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลระดับห้าดาวในสาขาที่ปรึกษาและตัวแทนซื้อขายให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย จากการประกาศรางวัล International Property Awards Asia Pacific 2019/2020 นอกจากนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์โดยยูโรมันนีประจำปี 2561 JLL ได้รับการโหวตให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 8 และยังได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในสาขาบริการตัวแทนซื้อขายให้เช่า บริการงานวิจัย และบริการประเมินราคาทรัพย์สิน ต้องการข้อมูลเพิ่ม โปรดไปที่ jll.co.th

 

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ? ติดต่อทีมงานของเรา