ข่าวสาร

คาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิกคึกคักมากขึ้นในปี 2565

มูลค่าการลงทุนซื้อขายปีนี้มีแนวโน้มขยายตัว 15%

มกราคม 01, 2565

วินัย ใจทน

หัวหน้าแผนกฝ่ายการสื่อสารการตลาด
+66 2 624 6400

ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของเอเชียแปซิฟิกในปี 2565 มีแนวโน้มที่จะมีเสถียรภาพมากขึ้น ในขณะที่การลงทุนซื้อขายและการเช่ามีแนวโน้มขยายตัว ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

แม้ความไม่แน่นอนเกี่ยวผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิดจะยังดำเนินต่อไป เจแอลแอล ประเมินว่า ในปีนี้ การซื้อขายอาคารและโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีวัตถุประสงค์การใช้ในเชิงธุรกิจทั่วภูมิภาคมีความเป็นไปได้ที่จะมีมูลค่ารวมสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2564 ที่ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่ามีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้นอยู่ระหว่าง 162,000 – 169,000 ล้านดอลลาร์

เจแอลแอลวิเคราะห์ว่า ในปี 2565 จะมีปัจจัยสำคัญหลายปัจจัยที่จะกระตุ้นตลาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในขณะที่ตลาดอาคารสำนักงานมีแนวโน้มที่จะมีธุรกรรมการเช่าเพิ่มขึ้น อสังหาริมทรัพย์ให้เช่ากลุ่มโลจิสติกส์ ได้แก่ โกดังและศูนย์จัดเก็บ-กระจายสินค้าที่มีรูปแบบทันสมัย จะยังคงมีความต้องการสูง ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์นอกกลุ่มหลัก อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ จะยังคงขยายตัว

เจแอลแอลคาดว่า ตลอดปีนี้ จะยังมีกลุ่มทุนที่รอเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนเพิ่มขึ้นในหาโอกาสซื้อสินทรัพย์ที่ดีในราคาไม่แพงและมีโอกาสทำกำไร ในตลาดหลัก ได้แก่ จีน และญี่ปุ่น

ในส่วนของตลาดให้เช่า ตลาดอาคารสำนักงานของเอเชียแปซิฟิกในปีนี้จะมีอาคารสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นคิดเป็นพื้นทีรวมอีก 6.9 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2564 ในขณะเดียวกัน เจแอลแอลคาดว่า ความต้องการเช่าใช้พื้นที่สำนักงานในปีหน้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 20% โดยหลักๆ เป็นผลมากจากการเติบโตของบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงิน เทคโนโลยี และผู้ประกอบการในธุรกิจเฟล็กสเปซ (เซอร์วิสออฟฟิศและโคเวิร์คกิ้งสเปซ)

สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์กลุ่มโลจิสติกส์ ข้อมูลจากเจแอลแอลเผยให้เห็นว่า ซัพพลายของโกดังและศูนย์จัดเก็บ-กระจายสินค้ารูปแบบทันสมัยในเอเชียแปซิฟิกระหว่างปี 2564 และ 2565 จะมีการขยายปริมาณเพิ่มขึ้น 17% ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ โดยจะมีซัพพลายสร้างเสร็จใหม่เข้ามาตลาดรวมทั้งสิ้น 20.8 ล้านตารางเมตร ทั้งนี้จากการมีซัพพลายใหม่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการมีนักลงทุนกระจายการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์กลุ่มนี้ เจแอลแอลคาดว่า การลงทุนซื้อขยายอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโลจิสติกส์ของภูมิภาคนี้ จะมีมูลค่าขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2568

โรงแรมเป็นอสังหาริมทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่งที่คาดว่าจะมีการลงทุนซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น โดยในปีหน้าอาจมีมูลค่าการซื้อขายรวมราว 9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 30% จากปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจในตลาดโรงแรมมากขึ้น

ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นอสังหาริมทรัพย์นอกกลุ่มหลักที่ยังคงเป็นที่ต้องการทั้งสำหรับบริษัทที่ต้องการเช่าใช้พื้นที่ และนักลงทุนที่สนใจเข้าซื้อเพื่อลงทุน โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญมาจากการขยายตัวของตลาด cloud ที่มีนี้มูลค่าตลาด 37,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 400% ไปที่ระดับ 179,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2569 ซึ่งหมายความว่าจะมีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ประเภทดาต้าเซ็นเตอร์เกิดขึ้นต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตนี้

นายร็อดดี อัลลัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เจแอลแอล กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียแปซิฟิกยังคงเผชิญกับความท้าทายสูงต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า และจะยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ต่อไปอีกในปี 2565 อย่างไรก็ดี นักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลยังมั่นใจในแนวโน้มระยะยาวโดยรวมต่างๆ ที่จะยังคงผลักดันการขยายตัวของความต้องการสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของเมือง การมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และการขยายตัวของประชากรชนชั้นกลาง ตลอดรวมจนถึงการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมอร์ส ซึ่งทั้งหมดนี้ จะนำไปสู่โอกาสสำหรับนักลงทุน” 


เกี่ยวกับ JLL

JLL จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: JLL) เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจบริการและบริหารการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ JLL มีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของอสังหาริมทรัพย์เพื่อโลกที่ดีกว่า ด้วยการสรรค์สร้างโอกาสที่ดี อสังหาริมทรัพย์ที่ยอดเยี่ยม และช่องทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งสำหรับลูกค้าและพนักงานของบริษัท ตลอดรวมจนถึงชุมชน โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุด JLL เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทชั้นนำที่ได้รับการจัดอันดับโดยฟอร์จูน (Fortune 500) ดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศ และมีพนักงานทั่วโลก ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 รวมกว่า 95,000 คน ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ทั่วโลกคิดเป็นยอดรวมทั้งสิ้นกว่า 16,600 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ JLL เป็นเครื่องหมายการค้าของ Jones Lang LaSalle Incorporated สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ jll.com