Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

ตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ และนครโฮจิมินห์เตรียมรับซัพพลายใหม่ปริมาณมากในปีนี้

คาดกรุงเทพฯ จะรับมือได้ดีกว่าหลังการท่องเที่ยวฟื้นตัว


ในปี 2558 นี้ ทั้งกรุงเทพฯ และนครโฮจิมินห์ของเวียดนาม เพื่อนบ้านในอาเซียน จะมีโรงแรมสร้างเสร็จใหม่จำนวนมาก แต่ คาดว่าตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ จะสามารถรองรับอุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้นได้ดีกว่า เนื่องจากจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นมาก ตามการรายงานจากหน่วยบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอล (โจนส์ แลง ลาซาลล์) บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ

ตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ เริ่มฟื้น

ในปี 2558 นี้ จะมีโรงแรมสร้างเสร็จใหม่ในกรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,000 ห้อง ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสำหรับช่วง 5 ปี ที่มีโรงแรมสร้างเสร็จเพิ่มเฉลี่ย 2,400 ห้องต่อปีระหว่างปี 2553-2557

นายแอนดรูว์ แลงดอน รองประธานกรรมการบริหาร หน่วยบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอล กล่าวว่า “ปริมาณห้องพักโรงแรมที่จะสร้างเสร็จเพิ่มในกรุงเทพฯ ปีนี้ จะเป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก หากกรุงเทพฯ ยังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับปีที่แล้วที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความวุ่นวายทางการเมือง แต่โชคดีที่สถานการณ์ในปีนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น”

สถานการณ์ความวุ่นวายทางเมืองในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจในกรุงเทพฯ ลดลง 11.3% จากปีก่อนหน้า และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจโรงแรมของกรุงเทพฯ โดยข้อมูลจาก STR Global ระบุว่าในปี 2557 ที่ผ่านมา รายได้เฉลี่ยรวมสำหรับห้องพักของโรงแรมในกรุงเทพฯ มีระดับอยู่ที่ 3,181 บาทต่อห้องต่อคืน ลดลงจากปี 2556 ราว 23.3%

อย่างไรก็ดี ในปีนี้ ผลประกอบการของโรงแรมในกรุงเทพฯ ปรับตัวดีขึ้นมาก ตามการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว โดยในไตรมาสแรกของปี อัตราการเข้าใช้บริการห้องพักปรับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 77.1% เทียบกับ 45.3% ในไตรมาสเดียวกันของปี 2557 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยรวมสำหรับห้องพักปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 4,796 บาทต่อห้องต่อคืน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว 67.4%

“สำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ ตลาดโรงแรมของกรุงเทพฯ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีมาก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับการที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ทำให้เชื่อว่า ดีมานด์หรืออุปสงค์จะสามารถขยายตัวรองรับจำนวนโรงแรมที่จะสร้างเสร็จเพิ่มในปีนี้ได้ไม่ยาก” นายแลงดอนกล่าว

โรงแรมในโฮจิมินห์รายได้ลดจากการแข่งขันที่สูงขึ้น หลังมีโรงแรมสร้างเสร็จเพิ่มต่อเนื่อง

ตลาดโรงแรมในนครโฮจิมินห์ของเวียดนามมีรายได้ลดลง เนื่องจากความต้องการใช้บริการห้องพักขยายตัวตามไม่ทันต่อจำนวนโรงแรมที่สร้างเสร็จใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2557 ที่ผ่านมา รายได้เฉลี่ยรวมต่อห้องพักลดลง 5.2% จากปี 2556 และปรับลดลงต่อไปอีกในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2557 ลงมาอยู่ที่ประมาณ 2,656 บาทต่อห้องต่อคืน

ทางด้านอุปทาน ในปีนี้ นครโฮจิมินห์จะมีโรงแรมสร้างเสร็จใหม่เพิ่มขึ้นอีกรวมทั้งสิ้น 2,770 ห้อง ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันเพิ่มสูงยิ่งขึ้นและจะทำให้โรงแรมมีรายได้เฉลี่ยลดลงอีก

นายแลงดอนกล่าวว่า “แม้จำนวนโรงแรมที่จะสร้างเสร็จใหม่ในนครโฮจิมินห์จะน้อยกว่าจำนวนโรงแรมที่จะสร้างเสร็จใหม่ในกรุงเทพฯ แต่ตลาดโรงแรมของนครโฮจิมินห์มีขนาดเล็กกว่ากรุงเทพฯ มาก จึงมีความสามารถรองรับอุปทานใหม่ได้ไม่มากเท่า”

ในปี 2557 ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจในเวียดนามรวมทั้งสิ้น 7.9 ล้านคน ในจำนวนนี้ เดินทางเข้านครโฮจิมินห์ 4.4 ล้านคน ในขณะที่กรุงเทพฯ เพียงเมืองเดียว มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา 15.5 ล้านคน หรือเกือบสองเท่าของจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเวียดนามทั้งประเทศ

“จำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้านครโฮจิมินห์ ไม่ว่าจะเพื่อการท่องเที่ยวหรือการติดต่อธุรกิจ มีการขยายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความต้องการให้กับภาคธุรกิจโรงแรม แต่ยังไม่ขยายตัวได้เร็วมากพอที่จะรองรับจำนวนโรงแรมที่กำลังจะสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากได้ ดังนั้น คาดว่าจะยังคงมีแรงกดดันต่อผลประกอบการของภาคธุรกิจโรงแรมในนครโฮจิมินห์ต่อไปอีกอย่างน้อยระยะสั้น” นายแลงดอนสรุป​