Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ - 20 ปีของพัฒนาการสู่การเติบโตที่ยั่งยืนมากขึ้น

ย้อนไปในปี 2532 ทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนโฉมไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน หลังจากผ่านทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงในช่วงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ มีพัฒนาการที่สมบูรณ์และการเติบโตที่ยั่งยืนมากขึ้น


กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2552 – ย้อนไปในปี 2532 ทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนโฉมไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน หลังจากผ่านทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงในช่วงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ มีพัฒนาการที่สมบูรณ์และการเติบโตที่ยั่งยืนมากขึ้น ตามรายงานฉบับพิเศษจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์
 
รายงานฉบับพิเศษดังกล่าว มีชื่อว่า Asia Pacific Now and Then ซึ่งโจนส์ แลง ลาซาลล์ จัดทำขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีของการให้บริการสมาชิกด้านข้อมูลวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิก โดยเป็นการนำเสนอข้อมูลความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐศาสตร์ในภูมิภาคในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมบทวิเคราะห์พัฒนาการของตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน 17 เมืองหลักของเอเชียแปซิฟิก
 
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการของโจนส์ แลง ลาซาลล์ ซึ่งเปิดสาขาในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2533 กล่าวว่า “ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทของเราได้เปิดดำเนินการในไทยมานานมากพอจนได้เห็นตลาดทั้งในช่วงที่ทั้งดีที่สุดและเลวร้ายที่สุด”
 
“ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทุกที่ทั่วโลกมีวงจรการขึ้นลง ตลาดของกรุงเทพฯ ก็เช่นกัน โดยในขณะนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงขาลง แต่ถือว่ายังอยู่ในสภาพที่ดี เมื่อเทียบกับช่วงตลาดขาลงหลังเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินของเอเชียในปี 2540 นอกจากนี้ บรรยากาศโดยทั่วไปในขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น เชื่อว่าตลาดจะค่อยๆ ฟื้นตัวและเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้งต่อไป”
 
รายงานฉบับดังกล่าวจากโจนส์ แลง ลาซาลล์  ระบุว่า ประเทศไทยในปี 2532 กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนจากเศรษฐกิจเกษตรกรรมไปสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรม และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วที่สุดในขณะนั้น มีการหลั่งไหลเข้ามาของการลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมๆ กับการมีบริษัทและธนาคารข้ามชาติจำนวนมากเข้ามาเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้ความต้องการใช้พื้นที่อาคารสำนักงานและที่พักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติมีการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
 
อย่างไรก็ดี กรุงเทพฯ ในขณะนั้น อยู่ในสภาพการขาดแคลนอสังหาริมทรัพย์คุณภาพดี โดยมีพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเออยู่เพียงประมาณ127,000 ตารางเมตร ซึ่งในจำนวนนี้ มีพื้นที่ว่างอยู่เพียง 3% และมีคอนโดมิเนียมและอพาร์ตเม้นท์ระดับหรูจำนวนเพียงเล็กน้อย
 
นายแดน ตันติสุนทร หัวหน้าฝ่ายวิจัย โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า “เมื่อ 20 ปีก่อน กรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงการขยายตัวของเมืองและพัฒนาให้เป็นเมืองที่มีความทันสมัยมากขึ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ในขณะนั้นเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียมและอพาร์ตเม้นม์ที่มีมาตรฐานในระดับสากลมีอยู่อย่างจำกัด โครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น สามารถปล่อยขายหรือเช่าได้หมดภายในเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งนี่คือปัจจัยที่ทำให้มีขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างรวดเร็วในทศวรรษต่อมา”
 
ในส่วนของตลาดศูนย์การค้า ในปี 2532 ย่านศูนย์การค้าทันสมัยเพิ่งเริ่มเกิดขึ้นในแถบสยามสแควร์ และเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ (ภายหลังได้ถูกเข้าซื้อและเปลี่ยนเป็นเซ็นทรัล เวิลด์ พลาซาในปัจจุบัน) สินค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศที่มีอยู่มากมายในขณะนี้ มีให้เห็นเพียงไม่กี่แบรนด์ในศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ ในขณะนั้น
 
“ยุคทองยุคแรกของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ได้สิ้นสุดลงในปี 2540 เมื่อตลาดเข้าสู่ภาวะปริมาณล้นตลาด ในขณะที่ความต้องการถดถอยอย่างหนัก หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินของเอเชีย จนกระทั่งถึงปี 2544 ตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้ง ราคาและค่าเช่าขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับจุดสูงสุดอีกครั้งในปี 2550” นายแดนกล่าว
 
“หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์ทางการเงินของเอเชียมากว่า 10 ปี ประเทศไทยมีประสบการณ์มากขึ้นในการรับมือกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจโลก โดยมีระบบการธุรกิจการเงินที่ดีขึ้น และธุรกิจประเภทต่างๆ มีการดำเนินการด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ มีพัฒนาการที่สมบูรณ์ และมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น”
 
นับจากปี 2532 ตลาดอาคารสำนักงานเกรดเอในกรุงเทพฯ มีปริมาณพื้นที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11 เท่า เป็น 1.4 ล้านตารางเมตรในปัจจุบัน ส่วนอพาร์ตเม้นท์และคอนโดมิเนียมระดับหรู ขยายจำนวนเพิ่มขึ้น 32 เท่ามาอยู่ที่ 22,300 หน่วย สำหรับตลาดศูนย์การค้า กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นสวรรค์ของการชอปปิ้งที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก มีศูนย์การค้าทันสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย และมีสินค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศแทบทุกแบรนด์วางจำหน่าย
 
“แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ เริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง หลังได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจโลก การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการจากภาคธุรกิจและผู้คนในโลกสมัยใหม่”
 
“การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ จะยังคงปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของกรุงเทพฯ ต่อไป การสร้างส่วนขยายของระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ เส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงโครงการแอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่กำลังคืบหน้า ช่วยเปิดทำเลใหม่สำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่จำนวนมากที่เกิดขึ้นตามเส้นทางของโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนต่างๆ เหล่านี้” นายแดนสรุป
 
ตลาดอาคารสำนักงานเกรดเอในเขตศูนย์กลางธุรกิจกรุงเทพฯ
 
2532
2552
ปริมาณทั้งหมด 
127,000 ตารางเมตร 
1.4 ล้านตารางเมตร
พื้นที่ว่างเหลือเช่าเฉลี่ย 
3%
19%
ค่าเช่าเฉลี่ย (ต่อตารางเมตรต่อเดือน)
474 บาท 
643 บาท

  
ที่มา – ฝ่ายวิจัย โจนส์ แลง ลาซาลล์