Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

เหตุการณ์รัฐประหารกระทบภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่มาก

ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า เหตุการณ์รัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศไทย  แต่พบว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก


ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า เหตุการณ์รัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศไทย  แต่พบว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายมากนักสำหรับนักลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยทั้งที่เป็นชาวไทยและต่างชาติ ในมุมมองของนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริการและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ เจแอลแอล (โจนส์ แลง ลาซาลล์)

“จากการพูดคุยกับกลุ่มลูกค้าและคู่ค้าของเรา ซึ่งประกอบด้วยผู้พัฒนาโครงการ และนักลงทุน รวมไปจนถึงบริษัทต่างๆ ที่เป็นผู้เช่าใช้พื้นที่ออฟฟิศ-สถานประกอบการ พบว่า ส่วนใหญ่ไม่ประหลาดใจมากนักกับการเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากหลายคนไม่ได้คาดหวังว่า การเจรจาที่มีกองทัพจัดให้มีขึ้นระหว่างฝ่ายผู้สนับสนุนและฝ่ายที่ไม่ต้องการรัฐบาลจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่นำไปสู่การยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้”

“นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนรายปัจจุบันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย ส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นชินกับสถานการณ์ปัจจุบันทางการเมือง โดยมีหลายๆ รายที่เคยผ่านสถานการณ์ความไม่ปกติมาแล้วหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์รัฐประหารครั้งก่อนๆ เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ไปจนถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ เหล่านี้ในอดีต ส่วนใหญ่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่มากนัก หรือถ้ามีผลกระทบ ก็เป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น”

“ในความเป็นจริง ประสบการณ์ในอดีตแสดงให้เห็นว่า วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจสามารถสร้างความเสียหายต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ได้มากกว่า ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง (2540-2541) หรือวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก (2550-2551) ซึ่งมีผลทำให้มูลค่าราคาและค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์หลายประเภทตกต่ำลง ในขณะที่ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาที่มีการชุมนุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล พบว่า ราคาและค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ส่วนใหญ่ ยังคงสามารถปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

“อย่างไรก็ดี การแทรกแซงของทหารอาจทำให้นักลงทุนรายใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับประเทศไทยไม่กล้าเข้ามาลงทุน แต่แม้จะไม่มีเหตุการณ์รัฐประหาร นักลงทุนรายใหม่ส่วนใหญ่ยังคงไม่ประสงค์เข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยอยู่ดี เนื่องจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน”

“ในทำนองเดียวกัน นับตั้งแต่เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองได้ขยายตัวขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ผู้พัฒนาโครงการ เจ้าของ และนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยมีหลายรายที่ชะลอการลงทุนไปก่อนแล้ว เพื่อรอดูสถานการณ์ และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนที่บอกว่า เหตุการณ์รัฐประหารทำให้สถานการณ์เปลี่ยน”

“อย่างไรก็ดี ขณะนี้ อาจยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่า การรัฐประหารจะสามารถช่วยลดดีกรีความไม่แน่นอนทางการเมืองได้หรือไม่ และจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ ยังคงต้องรอดูพัฒนาการของสถานการณ์ต่อไปอีก"