Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

การลงทุนซื้อขายอาคารที่มีประโยชน์การใช้ในเชิงธุรกิจทั่วโลกมีมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านล้านบาทในไตรมาสหนึ่ง

เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 56 ราว 23%


​ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาของปีนี้ การลงทุนซื้อขายอาคารที่มีประโยชน์การใช้ในเชิงธุรกิจ (อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม) ทั่วโลกมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 56 ราว 23% ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล (โจนส์ แลง ลาซาลล์)

นายอาร์เธอร์ เดอ ฮาสต์ ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุนของเจแอลแอลทั่วโลก กล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนซื้อขายอาคารยังคงขยายตัวต่อเนื่อง คือการที่นักลงทุนกระจายการลงทุนออกไปในทำเลต่างๆ ทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูง ประกอบกับการมีเงินทุนมากขึ้นที่เน้นการลงทุนโดยการเข้าซื้ออาคารเชิงธุรกิจโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ในขณะที่นักลงทุนยังคงให้ความสนใจสูงในการซื้ออาคารในเมืองใหญ่หลักๆ ของโลก พบว่า เมืองชั้นรอง หรือเมืองเล็กได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น”

อเมริกาและยุโรปมีมูลค่าการลงทุนซื้อขายสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว โดยอเมริกามีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.95 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากไตรมาสหนึ่งของปี 56 สาเหตุสำคัญเกิดจากการลงทุนซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นมากในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีทั้งนักลงทุนทั้งของสหรัฐฯ เองและจากต่างประเทศเข้าแข่งขันกันซื้ออาคาร แม้จะมีการชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) นอกจากนี้ สถานการณ์โดยรวมในไตรมาสหนึ่งของปีนี้ ยังดีกว่าไตรมาสหนึ่งของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ ประสบกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเรื่องของหนี้ชนเพดาน การเปลี่ยนแปลงภาษี รวมถึงปัญหาทางการเมือง

สำหรับยุโรป การลงทุนซื้อขายอาคารในไตรมาสที่ผ่านมามีมูลค่ารวม 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท เนื่องจากตลาดของหลายๆ ประเทศที่เคยขาดสภาพคล่อง ได้แก่ ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สเปน และโปรตุเกส ล้วนมีการลงทุนซื้อขายอาคารเพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อังกฤษและฝรั่งเศสมีมูลค่าการลงทุนซื้อขายขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนที่เยอรมันมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 50% เนื่องจากเริ่มมีการลงทุนซื้อพอร์ตอาคารขนาดใหญ่มากขึ้น จากการที่กลุ่มทุนทั้งในประเทศและจากต่างชาติเล็งเห็นโอกาสการลงทุนในเยอรมัน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป

ส่วนเอเชียแปซิฟิก หลังจากการลงทุนซื้อขายอาคารขยายตัวสูงขึ้นมากในปี 2556 พบว่า ในไตรมาสที่ผ่านมูลค่าการลงทุนปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8.64 แสนล้านบาทในไตรมาสหนึ่งปี 56 เหลือ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7.36 แสนล้านบาทในไตรมาสหนึ่งของปีนี้ อย่างไรก็ดี ไตรมาสแรกของปี มักเป็นช่วงที่ตลาดการลงทุนค่อนข้างเงียบเหงา เจแอลแอลยังคงประมาณการณ์ไว้ว่า การลงทุนซื้อขายอาคารในเอเชียแปซิฟิกของทั้งปีนี้ จะมีมูลค่าสูงกว่าปีที่แล้ว

นายเดวิด กรีนมอร์แกน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย หน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุนของเจแอลแอลทั่วโลก กล่าวว่า “การลงทุนซื้อขายอาคารที่มีประโยชน์การใช้ในเชิงธุรกิจยังคงขยายตัวในปีนี้ เนื่องจากตลาดให้เช่าพื้นที่สำนักงานและศูนย์การค้าปรับตัวดีขึ้น บริษัทผู้เช่าพื้นที่มีทัศนคติเชิงบวกมากขึ้นต่อสภาพเศรษฐกิจโลก จึงมีการขยายธุรกิจและต้องการใช้พื้นที่ประกอบการมากขึ้น ค่าเช่าในหลายๆ เมืองทั่วโลกเริ่มมีการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับ 12 เดือนก่อนหน้า ทำให้นักลงทุนสนใจกระจายการลงทุนซื้ออาคารออกไปในเมืองต่างๆ เหล่านี้มากขึ้น นอกจากนี้ จากการที่นโยบายทางการคลังของประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกยังเอื้อต่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าปีนี้ จะเป็นอีกปีหนึ่งที่ตลาดการซื้อขายอาคารมีมูลค่าขยายตัวเพิ่มขึ้น”​