Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

แผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินมีความจำเป็นมากขึ้น หลังการเมืองไม่สงบต่อเนื่อง

เหตุความไม่สงบทางการเมืองขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่าน อาคารต่างๆ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น


​แม้โดยทั่วไป อาคารต่างๆ ในกรุงเทพฯ จะมีแผนสำหรับรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้แล้ว อาทิ เหตุเพลิงไหม้ แผ่นดินไหว หรือการก่อการร้าย แต่อย่างไรก็ดี จากการที่เกิดเหตุความไม่สงบทางการเมืองขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่าน อาคารต่างๆ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าว

แม้เหตุการณ์ชุมนุมเพื่ประท้วงรัฐบาลที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ จะไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของกลุ่มเทพฯ และยังไม่มีแนวโน้มชัดเจนว่าจะนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงดังเช่นกับเหตุการณ์จลาจลและสลายการชุมนุมในปี 2553 แต่เจ้าของอาคารต่างๆ ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ในจุดชุมนุมหรือใกล้เคียงควรเตรียมแผนรองรับกรณีที่เกิดเหตุการณ์บานปลาย”

แผนรองรับดังกล่าวโดยทั่วไป ประกอบด้วยการเตรียมน้ำและพลังงานสำรองสำหรับอาคาร โดยเฉพาะพลังงานสำรอง ต้องมีการเตรียมไว้ให้เพียงพอไม่เฉพาะสำหรับให้ระบบต่างๆ ภายในอาคารยังคงสามารถทำงานได้เท่านั้น แต่ยังควรเพียงพอที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบไอทีของบริษัทผู้เช่าภายในอาคารด้วย นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีสำรองอาหารสำหรับทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารอาคารที่ต้องประจำอยู่ภายในอาคาร เผื่อสำหรับกรณีที่มีการปิดหรือจำเป็นต้องปิดการเข้าออกอาคาร

แผนรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ยังครอบคลุมถึงการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพด้วย โดยทีมฝ่ายบริหารอาคารต้องรู้และเข้าใจว่า จะต้องมีการดำเนินการใดๆ บ้าง เมื่อเกิดสถานการณ์ต่างๆ ขึ้น จะสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดได้บ้าง และสามารถอัพเดตสถานการณ์ให้กับฝ่ายต่างๆ ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของอาคาร บริษัทผู้เช่า หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ บริษัทผู้เช่าเองหลายๆ บริษัท อาจมีแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) ของตนเอง ซึ่งครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการที่จะให้ BCP ของบริษัทผู้เช่า และแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินของเจ้าของอาคารมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งสองฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด

“แม้จะไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้น แต่อาคารต่างๆ ควรที่จะมีกลยุทธ์เชิงรุกในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของตนอยู่ดี ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ดังกล่าว คือรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงหรือความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง” นางสุพินท์กล่าว