Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

การลงทุนซื้อขายอาคารเชิงพาณิชย์ในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 26% ในไตรมาสหนึ่ง

การลงทุนซื้อขายอาคาร/โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีประโยชน์การใช้ในเชิงพาณิชย์ (อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม) ในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราวเกือบ 8 แสนล้านบาท ในไตรมาสหนึ่ง


บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์ เผย การลงทุนซื้อขายอาคาร/โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีประโยชน์การใช้ในเชิงพาณิชย์ (อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม) ในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราวเกือบ 8 แสนล้านบาท ปรับเพิ่มสูงขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับไตรมาสหนึ่งของปีที่แล้ว

รายงานจากโจนส์ แลง ลาซาลล์ ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ ทั่วโลกมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 1.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณเกือบ 3.1 ล้านล้านบาท โดยพบว่า มูลค่าปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคของโลกเมื่อเทียบกับไตรมาสหนึ่งของปี 2555 อย่างไรก็ดี  เมื่อเทียบกับไตรมาสสี่ของปี 2555 เอเชียแปซิฟิกยังเป็นภูมิภาคเดียวที่มูลค่าการซื้อขายไม่ลดลง

จากมูลค่าการซื้อขายรวม 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในเอเชียแปซิฟิก เป็นการซื้อขายภายในประเทศรวมมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่เหลืออีก 7 พันล้านดอลลาร์เป็นการซื้อโดยต่างชาติ ทั้งนี้ การซื้อโดยต่างชาติในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าลดลง 24% เมื่อเทียบปีต่อปี และลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงการมีบทบาทเพิ่มขึ้นของนักลงทุนภายในประเทศของภูมิภาคนี้

นายสจวต โครว์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านการลงทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของโจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า “คาดว่าตลอดปี 2556 นี้ มูลค่าการลงทุนซื้อขายในเอเชียแปซิฟิกจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ราว 12% โดยตลาดญี่ปุ่นจะเป็นที่น่าจับตามากที่สุดในปีนี้ ซึ่งเชื่อว่า ปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกต่างๆ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
 
เอเชียแปซิฟิกบนเวทีโลก
ในไตรมาสที่ผ่านมา นักลงทุนจากเอเชียแปซิฟิกยังคงให้ความสนใจมากกว่าสำหรับการลงทุนซื้ออาคาร/โครงการอสังหาริมทรัพย์ในยุโรป โดยเฉพาะในตลาดที่ใหญ่และมีสภาพคล่องสูงสุด คือ ปารีส และลอนดอน ส่วนใหญ่เป็นการเข้าซื้ออาคารสำนักงานและโรงแรม โดยมีนักลงทุนจากเอเชียแปซิฟิกลงทุนซื้อในต่างภูมิภาคมูลค่ารวม 2.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 45% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
 
นายอลิสแตร์ มีโดว์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านการลงทุนระหว่างประเทศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของโจนส์ แลง ลาซาลล์กล่าวว่า “เริ่มมีทุนใหม่ๆ จากเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นที่หาโอกาสการลงทุนซื้ออาคาร/โครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองสำคัญๆ ของโลก โดยเฉพาะลอนดอนและนิวยอร์ก ทุนที่กำลังมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น ได้แก่ ทุนจากจีน ซึ่งได้แก่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติต่างๆ หรือกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาล (sovereign wealth funds) และบริษัทประกัน รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญของเกาหลีและมาเลย์เซีย สินทรัพย์ที่นิยมลงทุนซื้อยังคงเป็นอาคารสำนักงานในเมืองท่าสำคัญๆ โดยคิดเป็น 50% ของมูลค่าการลงทุนซื้อในต่างประเทศ”
 
ประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจในรายงานของโจนส์ แลง ลาซาลล์ ได้แก่
  • มี 4 ประเทศของเอเชียแปซิฟิกที่ติดอันดับ 10 ตลาดที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายสูงสุดในโลกในไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และออสเตรเลีย
  • ญี่ปุ่นมีมูลค่าการลงทุนซื้อขายในไตรมาสที่ผ่านมาสูงถึง 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบปีต่อปี และเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบห้าปี และเงินเยนที่อ่อนค่าลงได้ช่วยกระตุ้นการส่งออก
  • ฮ่องกงยังคงมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสที่แล้วมีมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นถึง 68% เมื่อเทียบปีต่อปี อย่างไรก็ดี การประกาศปรับค่าธรรมเนียมอากรแสตมป์ขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาจส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้าลดลงได้ เนื่องจากผู้ซื้อผู้ขายอาจต้องเจรจาราคาซื้อขายใหม่ให้ครอบคลุมต้นทุนการทำธุรกรรมที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น
  • ปริมาณการซื้อขายในจีนในไตรมาสที่ผ่านมามีมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบปีต่อปี การซื้อขายส่วนใหญ่เป็นการซื้อจากต่างชาติ โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 65%
  • การลงทุนซื้อขายในออสเตรเลียในไตรมาสที่ผ่านมามีมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 18% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบปีต่อปี ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนภายในประเทศ

ผู้ซื้อ

นักลงทุนที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในโลกจาก 10 ประเทศในไตรมาสที่ผ่านมา เป็นนักลงทุนจากเอเชียแปซิฟิก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน (รวมมูลค่าการซื้อใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปี 2555) ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น (ซื้อเพิ่มขึ้น 2 เท่าทั้งสองประเทศ) และฮ่องกง (ซื้อเพิ่มขึ้น 200%)

กลุ่มนักลงทุนที่เป็นผู้ซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดในโลกจาก 10 ประเทศ เป็นกลุ่มนักลงทุนจากเอเชียแปซิฟิก 3 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน