Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

​ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในเอเชียค่อนข้างคงที่


ในปี 2555 ที่ผ่านมา ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยรวม 5% ตามรายงานการวิจัยที่จากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ซึ่งนำเสนอความเคลื่อนไหวของราคาซื้อขายและค่าเช่าที่อยู่อาศัยระดับหรูใน 9 เมืองใหญ่ๆ ของเอเชีย ได้แก่ กรุงเทพฯ ปักกิ่ง ฮ่องกง จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา มุมไบ เซี่ยงไฮ้ และสิงคโปร์

รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูที่มีราคาปรับตัวขึ้นมากที่สุดคือกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย โดยปรับขึ้นมากถึง 27.5% ในขณะที่อีก 6 เมืองมีราคาปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ (6.9%) ฮ่องกง (5%) กรุงเทพฯ (3.5%) มะนิลา (3.3%) ปักกิ่ง (3.3%) และมุมไบ (3.2%) มีเพียงสองเมืองที่มีราคาปรับลดลง ได้แก่ สิงคโปร์ (-5.6%) และเซี่ยงไฮ้ (-0.5%)

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ประเทศไทย กล่าวว่า “คอนโดมิเนียมระดับหรูในเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ทั้งในโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและที่เสนอขายก่อนสร้างเสร็จ ยังคงมีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหลักๆ เป็นผลมาจากการที่มีความต้องการจากผู้ซื้อขาวไทยเข้ามารองรับ ประกอบกับการที่ผู้พัฒนาโครงการมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”

“หลังวิกฤติการณ์ทางการเงินโลก ความต้องการจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกา ได้ลดลงไปมาก ดังนั้น จำนวนโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอ็นด์ในกรุงเทพฯ ที่เปิดตัวใหม่จึงชะลอตัวลงตามไปด้วยในช่วงไม่กี่ที่ผ่านมา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้โครงการที่เปิดขายอยู่แล้วในตลาดสามารถทยอยขายออกไปได้ โดยผู้ซื้อหลักเป็นชาวไทยผู้มีฐานะ นอกจากนี้ โครงการที่กำลังทยอยสร้างเสร็จในปีนี้ มียอดขายที่ค่อนข้างดี ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอ็นด์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นตามมา”

“เชื่อว่าคอนโดมิเนียมไฮเอ็นด์โครงการใหม่ๆ จะยังมีราคาที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนการซื้อที่ดินในเขตใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ โครงการใหม่ๆ มีแนวโน้มที่จะนำเสนอคุณภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในแง่ของการออกแบบและการก่อสร้าง ซึ่งล้วนมีผลต่อราคาขายที่สูงขึ้น”

นายคริส ฟอสสิค กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในสิงคโปร์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลมาจากการออกมาตรการของภาครัฐฯ ในการลดความร้อนแรงของตลาดที่อยู่อาศัย ส่งผลให้การซื้อขายมีปริมาณลดลง ซึ่งในปีนี้รัฐบาลสิงคโปร์ยังคงมาตรการดังกล่าวไว้เช่นเดิม ดังนั้น จึงยังไม่มีแนวโน้มว่าราคาจะปรับเพิ่มขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ดี ตลาดคอนโดมิเนียมระดับหรูในสิงคโปร์ในระยะปานกลางถึงระยะยาวยังมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจและจำนวนประชากรของสิงคโปร์จะมีการขยายตัว”

ดร เจน เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของโจนส์ แลง ลาซาลล์กล่าวว่า “โดยภาพรวมแล้ว ตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูของเอเชียในปีนี้ คาดว่ากิจกรรมการซื้อขายจะยังคงมีปริมาณคงที่ในขณะที่ราคาอาจปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก มาตรการลดความร้อนแรงในตลาดที่อยู่อาศัยที่ออกโดยภาครัฐฯ จะยังคงมีผลทำให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นได้ยากในฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน อย่างไรก็ดี ในกรณีของฮ่องกง ราคาอาจยังสามารถปรับขึ้นได้อีกเล็กน้อยในปีนี้ เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ ส่วนราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในปักกิ่งอาจยังสามารถปรับตัวขึ้นได้อีก เนื่องจากค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่งจะยังคงดึงดูดผู้ซื้อเพื่อการลงทุน สำหรับประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่า ตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูของจาการ์ตาจะยังคงเป็นดาวเด่นในปีนี้ เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง”