Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

กระแสการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์บนที่ดินแปลงใหญ่ของรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้น

​การพัฒนาการใช้ประโยชน์ควรได้รับการศึกษาอย่างรอบคอบ


กรุงเทพฯ / 6 มีนาคม 2556 –  ในขณะที่ดูเหมือนว่า ที่ดินในเขตใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ หาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในความเป็นจริง ยังคงมีที่ดินแปลงใหญ่อีกหลายแปลงทั่วกรุงเทพฯ ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยพบว่า ที่ดินแปลงใหญ่เหล่านี้ มีทั้งที่เป็นที่ดินเปล่าและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเก่าซึ่งสามารถรื้อถอนเพื่อพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ได้ โดยส่วนหนึ่งเป็นของเอกชน ในขณะที่อีกหลายแปลงเป็นที่ดินของรัฐฯ หน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ จากการที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดี กระแสความสนใจของบริษัทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีต่อที่ดินแปลงใหญ่เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ตามการสังเกตการณ์จากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์



นายแดน ตันติสุนทร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า “ความสนใจของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีต่อที่ดินแปลงใหญ่ของภาครัฐฯ ได้ห่างหายไปเป็นเวลานานหลายปีนับตั้งแต่ประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนกระทั่งต่อมาเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจึงเริ่มมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นให้เห็นอีกครั้ง โดยในปี 2548 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้เปิดประมูลให้เช่าระยะยาวสำหรับที่ดินแปลงที่เป็นที่ตั้งของเป็นสวนลุมไนท์บาซาร์ ขนาด 50 ไร่ แต่กระแสเกี่ยวกับโอกาสการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ต่างๆ ดังกล่าว ได้ชะลอตัวลงอีกครั้งหลังเกิดความผันผวนทางการเมืองขึ้น ตามมาด้วยวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก”
“ในช่วงราวหนึ่งปีครึ่งที่ผ่าน สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่กระแสการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่เหล่านี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง” นายแดนกล่าว
 
ศักยภาพที่รอการพัฒนา
 
การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ มีการขยายตัวออกไปตามแนวระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง ตามแรงผลักดันของความต้องการจากภาคธุรกิจ ศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย ซึ่งล้วนต้องการอยู่ใกล้กับสถานีระบบขนส่งมวลชน ในขณะที่ที่ดินแปลงใหญ่ของภาครัฐฯ เหล่านี้ มีหลายแปลงที่ตั้งอยู่ติดกับระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง จึงมีศักยภาพสูงมากสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างแปลงที่ดินเหล่านี้ที่เด่นๆ ได้แก่ แปลงที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ตั้งอยู่ใกล้สวนลุมพินี และอีกแปลงบนถนนรัชดาภิเษก แปลงที่ดินของการรถไฟบริเวณมักกะสันและสถานีแม่น้ำ และแปลงที่ดินติดริมแม่น้ำของการท่าเรือบริเวณคลองเตย ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงต่างๆ เหล่านี้ จึงมีการประเมินความเป็นไปได้สำหรับการนำที่ดินเหล่านี้มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์
 
โอกาสการพัฒนาการใช้ประโยชน์ควรได้รับการศึกษาอย่างรอบคอบ
 
แม้ที่ดินแปลงต่างๆ เหล่านี้จะมีข้อดีอยู่มาก แต่เมื่อต้องมีการนำมาพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นจะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ การวางแผนพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงอุปทานหรือซัพพลายที่ตลาดจะสามารถรองรับได้ในช่วงเวลาที่โครงการจะเปิดตัวหรือสร้างเสร็จ
 
นายแดนกล่าวว่า “เราศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วโลก ถึงปริมาณอุปทานที่พอเหมาะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย จะสามารถรับได้ การศึกษาข้อมูลดังกล่าวเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะบอกได้ว่า การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใดๆ บนที่ดินแปลงใหญ่ต่างๆ ดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ”
 
“เมืองต่างๆ ที่มีความทันสมัยทั่วโลกกำลังมองหาโอกาสที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดจากที่ดินในทำเลดีที่มีว่างเหลือน้อยลงเรื่อยๆ กรุงเทพฯ ก็เช่นกัน ดังนั้น การพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีทั่วกรุงเทพฯ จึงเป็นสิ่งที่มีความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เมืองมีการพัฒนาด้วย แต่ทั้งนี้ ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องทำให้มั่นใจได้ว่า แปลงที่ดินเหล่านี้มีการใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใดๆ บนที่ดินเหล่านี้ มีความสอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ในตลาด เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนของโครงการ” นายแดนสรุป