Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในเมืองใหญ่ๆ ของเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ในไตรมาสสอง

กรุงเทพฯ ปรับเพิ่ม 1.9%


ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในเมืองใหญ่ๆ ของเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 1.6% ในไตรมาสที่ผ่านมา ใกล้เคียงกับ 1.8% ในไตรมาสแรกของปี ทั้งนี้ จากการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูใน 8 เมืองของเอเชียโดยโจนส์ แลง ลาซาลล์ พบว่า มี 4 เมืองที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น 3 เมืองราคาไม่เปลี่ยนแปลง และ 1 เมืองมีราคาลดลง
 
เมือง เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยแปลงของราคา
ไตรมาสสองเทียบกับ
ไตรมาสหนึ่งปี 54
ไตรมาสสองปี 54 เทียบกับ
ไตรมาสสองปี 53
ฮ่องกง

7.3%

28.3%

ปักกิ่ง

-1.9%

3.8%

เซี่ยงไฮ้

0.0%

2.2%

สิงคโปร์

0.0%

0.0%

กรุงเทพฯ

1.9%

3.7%

กัวลาลัมเปอร์

0.3%

9.3%

จาการ์ตา

5.0%

8.1%

มุมไบ

0.0%

3.7%

หมายเหตุ
  • เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคา คำนวณจากสกุลเงินท้องถิ่น
  • ที่อยู่อาศัยระดับหรูในการสำรวจนี้ หมายถึงคอนโดมิเนียมและบ้านในย่านที่อยู่อาศัยชั้นดี
  • สำหรับกรุงเทพฯ หมายถึงคอนโดมิเนียมในโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและผู้ซื้อหรือเจ้าของเดิมเสนอขายต่อ
 
ในกรุงเทพฯ แม้จะมีคอนโดมิเนียมระดับหรูสร้างเสร็จใหม่เพิ่มขึ้นมาก แต่ราคาขายต่อยังคงปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยในไตรมาสสองที่ผ่านมา ราคาขยับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.9% หรือ 3.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสสองของปีที่แล้ว เนื่องจากมีปัจจัยหนุนหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้ยังคงมีความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การมีคอนโดเสนอขายต่อเพิ่มมากขึ้น ค่าเช่ายังคงมีการปรบตัวสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ค่าก่อสร้างคอนโดใหม่สูงกว่าคอนโดที่มีอยู่เดิม และความเชื่อของผู้ซื้อที่เชื่อว่าการปรับตัวขึ้นมูลค่าของคอนโดสามารถแข่งกับการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อ รวมไปจนถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของไทยในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนน้อยลง
 
ที่ฮ่องกง แม้รัฐบาลจะออกมาตรการล่าสุดเพื่อลดความร้อนแรงในตลาดที่อยู่อาศัย แต่ปรากฏว่า ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 7.3% ในไตรมาสที่ผ่านมา จากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยต่ำ ค่าเช่าที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และซัพพลายหรืออุปทานในตลาดมีจำกัด ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับสิ้นไตรมาสสองของปี 2553 พบว่า ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในฮ่องกงมีการปรับตัวสูงขึ้นถึง 28%
 
ส่วนที่สิงคโปร์ มาตรการของภาครัฐฯ การในลดความร้อนแรงในตลาดที่อยู่อาศัยดูจะได้ผลมากกว่า โดยในไตรมาสสองของปีนี้ ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในสิงคโปร์มีระดับคงที่ติดต่อกันมาเป็นไตรมาสที่สี่ เนื่องจากผู้ซื้อยังคงระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อหลังภาครัฐฯ ออกมาตรการคุมเข้ม อย่างไรก็ดี เจ้าของโครงการยังไม่มีแนวโน้มว่าจะปรับลดราคาเสนอขายลง เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินหลังจากมีผลประกอบการดีติดต่อกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
 
ส่วนเมืองหลักๆ ของจีน พบว่ายอดการขายปรับตัวลดลง โดยราคาขายในซี่ยงไฮ้มีระดับคงตัว ในขณะที่ราคาในปักกิ่งปรับตัวลดลง 1.9% ในไตรมาสที่ผ่านมา
แนวโน้ม
 
โดยรวมสำหรับทั้งปี 2554 นี้ ราคาขายที่อยู่อาศัยระดับหรูของเอเชียมีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย อันเป็นผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มของภาครัฐฯ ในหลายๆ ประเทศ และดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยในเมืองใหญ่ของจีนคาดว่าราคาจะทรงตัวหรืออาจปรับตัวลดลงได้อีกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากมีโน้มว่าเจ้าของโครงการจะเสนอส่วนลดมากขึ้น ในขณะที่โครงการใหม่ที่จะเปิดตัวตามมาในช่วง 12 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มว่าจะเป็นโครงการที่มีราคาขายถูกลง ส่วนที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ คาดว่าราคาจะไม่ปรับตัวลดลง แต่จะมีระดับคงที่ เนื่องจากความต้องการยังคงมีต่อเนื่องทั้งจากผู้ซื้อเพื่ออยู่เองและเพื่อการลงทุนระยะยาว