Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

Bangkok

มูลค่าราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% ในไตรมาสแรกปี 54

การซื้อขายชะลอตัวจากมาตรการป้องกันการเก็งกำไรในตลาดที่อยู่อาศัย


11 พฤษาคม 2554 - โจนส์ แลง ลาซาลล์สำรวจราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูใน 8 เมืองใหญ่ของเอเชีย พบว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ ราคาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยรวมเพียงเล็กน้อย คือ 1.8% เท่ากับไตรมาสสุดท้ายของปี 53 เนื่องจากกิจกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยในตลาดส่วนใหญ่เริ่มชะลอตัวในช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว หลังรัฐบาลของหลายๆ ประเทศออกมาตรการป้องกันการเก็งกำไรในตลาดที่อยู่อาศัย ต่างจากไตรมาส 3 ปี 53 ซึ่งราคาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยรวม 7.4%
 
ตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรู 8 เมืองที่โจนส์ แลง ลาซาลล์สำรวจ ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ จาการ์ตา และมุมไบ โดยพบว่า มี 5 เมืองที่มีราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ผ่านมา 3 เมืองราคาไม่เปลี่ยนแปลง และมี 1 เมืองที่ราคาปรับตัวลดลง
 
แม้จะมีมาตรการสกัดกั้นการเก็งกำไร ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในฮ่องกงยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อไปอีก 8.3% ในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากอุปทานหรือซัพพลายในตลาดมีจำกัด ในขณะที่ราคาในตลาดสิงคโปร์ อยู่ในระดับคงที่มาเป็นเวลาติดต่อกันสามไตรมาส อันเป็นผลมาจากมาตรการที่เข้มงวดจากภาครัฐ
 
ที่ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ กิจกรรมการซื้อขายมีภาวะเงียบเหงาในตลอดไตรมาสที่ผ่านมา จากมาตรการด้านภาษีที่รัฐบาลจีนประกาศใช้ รวมถึงการออกกฎหมายห้ามไม่ให้ผู้ที่ถือครองคอนโดมิเนียมอยู่ก่อนแล้วสองยูนิตขึ้นไป ซื้อคอนโดมิเนียมเพิ่มเติมอีก อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมแล้ว ราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในเมืองใหญ่ของจีนยังคงมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสที่ผ่านมา ราคาคอนโดระดับหรูในเซี่ยงไฮ้ปรับเพิ่มขึ้น 0.4% และในปักกิ่งปรับเพิ่มขึ้น 3.2%

จากการที่ผู้มีฐานะร่ำรวยในจีนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าต่อไป ผู้ซื้อชาวจีนจะเป็นผู้ซื้อที่สำคัญไม่เฉพาะในตลาดที่อยู่อาศัยของฮ่องกงเท่านั้น แต่จะยังค่อยๆ มีบาทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะผู้ซื้อที่อยู่อาศัยระดับหรูในเมืองอื่นๆ ของเอเชียที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยสำหรับการลงทุนและมีระบบสาธารณูปโภคที่ดี

สำหรับในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าราคาที่อยู่อาศัยระดับหรูในเอเชียจะมีระดับค่อนข้างคงที่ หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่มาก เนื่องจากหลายๆ ประเทศยังคงใช้มาตรการควบคุมการเก็งกำไรอยู่ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น
ราคาในจีน คาดว่าจะมีระดับทรงตัว หรืออาจปรับตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากผู้พัฒนาโครงการมีแนวโน้มที่จะเสนอการลดราคา ในขณะที่โครงการคอนโดใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวออกมา จะเป็นคอนโดที่มีระดับราคาลดลงมา ส่วนที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับตัวขึ้นเนื่องจากความต้องการจากผู้ซื้อเพื่ออยู่เองมีอยู่ในระดับสูง ในขณะที่นักลงทุนจะยังคงสนใจลงทุนซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากมองว่า มูลค่าที่อยู่อาศัยจะยังคงสู้กับอัตราเงินเฟ้อได้