Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

การลงทุนซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิกพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในไตรมาสสาม

มูลค่าสูงขึ้น 12% หลังนักลงทุนมองตลาดเชิงบวกมากขึ้น


ปริมาณการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามการปรับตัวดีขึ้นของบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาค การกลับมาของความเชื่อมั่นนักลงทุน และปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาสสามที่ผ่านมา มีการลงทุนซื้อขายอาคารที่มีการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม รวมมูลค่าทั้งสิ้น 18,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่ามูลค่าการซื้อขายในไตรมาสสอง 12%
 
เมื่อเทียบตัวเลขของไตรมาสสามปีนี้ กับไตรมาสสามของปี 2552 ตลาดที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษได้แก่ สิงคโปร์ ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า มาเลเซียเพิ่มขึ้น 76% และออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 42%
 
ในบรรดารายการซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในไตรมาสสาม มีหลายๆ รายการเป็นการขายพอร์ตสินทรัพย์ขนาดใหญ่ อาทิ ในญี่ปุ่นกองทุนเจแปน รีเทล ฟันด์ ได้ขายโครงการศูนย์การค้าที่ไม่จัดเป็นสินทรัพย์หลักของกองทุนออกไปให้กับบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทเคเนดิกส์กับอิลเลียตต์ แอสโซซิเอทส์ ซึ่งเป็นเฮจฟันด์สัญชาติอเมริกัน ส่วนในออสเตรเลีย โจนส์ แลง ลาซาลล์ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกองทุนรวมอังหาริมทรัพย์ โคโลเนียล เฟิร์ส สเตท รีเทล พร็อพเพอร์ตี ทรัสต์ ในการเข้าซื้อแฟคตอรี่ เอ๊าท์เล็ท 4 แห่งของบริษัทออสเท็กส์ โพรไพรเอแทรี ด้วยมูลค่า 473 ล้านดอลลาร์
 
นายสจวร์ต โครว์ ผู้อำนวยการแผนกบริการด้านการลงทุน โจนส์ แลง ลาซาลล์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ปัจจัยพื้นฐานในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียแปซิฟิกยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากบรรยากาศทางธุรกิจที่มีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับคาดว่าจะมีรายการซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหญ่เกิดขึ้นอีกในไตรมาสนี้ เชื่อว่า กิจกรรมการซื้อขายเพื่อการลงทุนจะยังคงคึกคัก เนื่องจากยังมีการเสนอขายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ออกมาในตลาด ในขณะที่นักลงทุนยังมีความต้องการซื้อ โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ
 
ดร. มีแกน วอลเตอร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประจำหน่วยงานบริการด้านการลงทุน โจนส์ แลง ลาซาลล์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในเกือบทุกประเทศของเอเชียแปซิฟิกยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสสามของปีนี้ ปริมาณการซื้ออสังหาริมทรัพย์ยกพอร์ตของบริษัทต่างๆ ที่มีการปล่อยขายออกมากมีเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าจะยังคงมีตามมาอีก แม้นักลงทุนหรือกองทุนที่เข้าซื้อจะเลือกซื้อมากขึ้น”
 
โจนส์ แลง ลาซาลล์คาดว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในเอเชียแปซิฟิกของทั้งปี 2553 นี้จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นขึ้นไปได้ถึงประมาณ 77,000 ล้านดอลลาร์ หรือจะเพิ่มสูงขึ้นจากมูลค่าการซื้อขายของปี 2552 ประมาณ 15 ถึง 25%