Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

การลงทุนซื้ออาคารเชิงธุรกิจทั่วโลกในไตรมาสสอง มูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 52


20 กรกฎาคม 2553 - รายงานการวิจัยล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ โจนส์ แลง ลาซาลล์ เปิดเผยว่า การลงทุนซื้ออาคารอสังหาริมทรัพย์ที่มีวัตตุประสงค์การใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ (อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม) ทั่วโลกในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 66,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสแรกของปี โดยสองไตรมาสรวมกันมีการซื้อขายมูลค่าทั้งสิ้น 130,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสสองของปี 2552
 
นายอาร์เธอร์ เดอ ฮาสต์ ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุนของโจนส์ แลง ลาซาลล์ทั่วโลก กล่าวว่า “มูลค่าการลงทุนซื้ออาคารที่เพิ่มสูงขึ้นแสดงให้เห็นการฟื้นตัวของตลาดการลงทุนซื้อขายอาคารในบางประเทศ อย่างไรก็ดี มูลค่าในปีนี้ยังนับว่าต่ำกว่าช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดวิฤตการณ์ทางการเงินโลกขึ้นในครึ่งหลังของปี 2551 ทั้งนี้ คาดว่าตลอดทั้งปี 2553 นี้ จะมีการซื้อขายทั่วโลกรวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 40-50% จากปี 2552 แต่ยังคงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของมูลค่าการซื้อขายในปี 2550 และ 2549 ซึ่งเป็นสองปีที่มีการซื้อขายคึกคักมากเป็นพิเศษ
 
 
มูลค่าการซื้อขายในเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลดลงในไตรมาสสอง แต่คาดทั้งปีจะเพิ่มขึ้น 30%
 
ในเอเชียแปซิฟิก การซื้อขายในช่วงไตรมาสสองของปีนี้มีมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสสองของปีที่แล้ว 21% อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสหนึ่งของปีนี้ พบว่ามูลค่าการซื้อขายลดลง 34% ตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่ ฮ่องกงและไต้หวัน ส่วนตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายลดลงมากได้แก่ ญี่ปุ่น จีนและออสเตรเลีย
 
นายสจ๊วต โครว์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านการลงทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของโจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขายในเอเชียแปซิฟิกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2552 หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป คาดว่า มูลค่าการซื้อขายของทั้งปีนี้ จะอยู่ที่ประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ประมาณ 30%
 
“ในช่วงต้นของการฟื้นตัว ไม่เป็นเรื่องแปลกที่การซื้อขายจะมีปริมาณเบาบาง เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ซื้อและผู้ขายส่วนใหญ่ยังคงมีความคิดเห็นที่ต่างกันในเรื่องของราคา อย่างไรก็ดี จากการที่เรากำลังเป็นตัวแทนดำเนินการขายอาคารสำนักงานและศูนย์การค้ารายการใหญ่ๆ ขณะนี้ในเวียดนาม เมลเบอร์น บริสเบรน สิงคโปร์ โตเกียว และฮ่องกง พบว่า ทั้งจำนวนของผู้ที่สนใจซื้อและราคาที่เสนอเข้ามา สูงกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดในภูมิภาคนี้ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง”
 
อังกฤษมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในโลก
 
ในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (Europe, Middle East และ Africa ซึ่งรวมเรียกโดยใช่ชื่อย่อว่า EMEA) การซื้อขายในไตรมาสสองมีมูลค่ารวม 23,000 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสหนึ่ง 15% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2552 ราว 80% แต่เมื่อคิดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พบว่า การซื้อขายในไตรมาสสองของปีนี้มีมูลค่ารวมทั้งสินประมาณ 29,000 ล้านดอลลาร์ ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 5% จากไตรมาสหนึ่ง และปรับขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วราว 70% อันเป็นผลจากการอ่อนตัวลงของค่าเงินยูโร
 
มูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในภูมิภาคนี้ ราวกว่า 40% เป็นการซื้อขายในอังกฤษ แม้นักลงทุนจะเริ่มหันไปให้ความสนใจกับการซื้อในประเทศอื่นๆ มากขึ้นก็ตาม อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน กลุ่มประเทศนอร์ดิคและโปแลนด์ ทั้งนี้ ลอนดอนยังคงเป็นเมืองที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในโลก โดยมีมูลค่าทั้งสิ้นเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์
 
โจนส์ แลง ลาซาลล์คาดว่า การซื้อขายในภูมิภาค EMEA สำหรับทั้งปี จะมีมูลค่ารวมประมาณ 100,000 ยูโร (ประมาณ 130,000 ดอลลาร์) เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ราว 35%
 
การซื้อขายในอเมริกาปรับเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากไตรมาสสองปี 52
 
ในภูมิภาคอเมริกา ปริมาณการซื้อขายยังคงเบาบางมากเมื่อเทียบกับอดีต โดยในไตรมาสสอง มีมูลค่ารวม 21,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี มูลค่าการซื้อขายในไตรมาสสองของปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 54% เมื่อเทียบกับไตรมาสหนึ่งซึ่งมีการซื้อขายมูลค่ารวมเพียง 5 พันล้านดอลลาร์ และขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสสองของปี 2552
 
คาดว่า การซื้อขายของทั้งปี 2553 ในภูมิภาคอเมริกา จะมีมูลค่าขึ้นไปได้ถึง 80,000-85,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 80% จากปี 2552
 
หมายเหตุ:
  • การลงทุนซื้อในรายงานฉบับนี้ หมายเฉพาะถึงการลงทุนซื้อโดยตรง ไม่นับรวมการลงทุนทางอ้อมผ่านการซื้อหุ้นหรือบริษัท
  • อาคารที่มีวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ในรายงานฉบับนี้หมายถึงอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม ไม่นับรวมอาคารประเภทที่พักอาศัย เช่น คอนโดมิเนียม และอพาร์ตเม้นท์
โจนส์ แลง ลาซาลล์
 
โจนส์ แลง ลาซาลล์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค เป็นบริษัทบริการมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยให้บริการที่ครบวงจรโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแก่ลูกค้าที่ต้องการคุณค่าสูงสุดจากการเป็นเจ้าของ ใช้ประโยชน์หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2552 โจนส์ แลง ลาซาลล์มีรายได้ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 2.5 พันล้านดอลลาร์ จากการให้บริการแก่ลูกค้าใน 750 เมืองของ 60 ประเทศ ผ่านสำนักงาน 180 สาขา บริษัทยังเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกในธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ โดยมีอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการทั่วโลกคิดเป็นพื้นที่รวมทั้งสิ้นกว่า 148 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ โจนส์ แลง ลาซาลล์ยังดำเนินธุรกิจการบริหารการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ชื่อลาซาลล์ อินเวสต์ เม้นท์ แมนเนจเม้นท์ ซึ่งนับเป็นบริษัทบริหารการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดรายหนึ่งของโลก โดยมีการลงทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์
 
ในประเทศไทย โจนส์ แลง ลาซาลล์ เปิดดำเนินการในปี 2533 และปัจจุบันเป็นบริษัทระหว่างประเทศที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในไทย โดยมีพนักงานราว 1,000 คน