Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

การลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่ในกรุงเทพฯ คึกคัก

ครึ่งปีแรกโจนส์ แลง ลาซาลล์ปิดการขายตึก/ที่ดินมูลค่ารวม 3.5 พันล้านบาท


ตลาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่ในกรุงเทพฯ ครึ่งปีแรกยังคงคึกคัก แม้จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการณ์เมือง ภาวะดอกเบี้ยต่ำได้กระตุ้นให้นักลงทุนมองหาโอกาสการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ในขณะที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความต้องการสูงในการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ตามการรายงานจากบริษัทผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์
 
นายอำพล เทพนำโสมนัสส์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านการลงทุน โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า “ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ การลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่มีสภาพคึกคัก เฉพาะในส่วนของรายการอสังหาริมทรัพย์ที่โจนส์ แลง ลาซาลล์เป็นตัวแทนขาย มีมูลค่ารวมกว่า 3.5 พันล้านบาท ได้แก่ การขายพอร์ตยูนิตสำนักงานในอาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ในช่วงต้นปี มูลค่า 1.5 พันล้านบาท และที่เหลือเป็นการขายแปลงที่ดินในทำเลชั้นดี”
 
มีปัจจัยบางประการที่ผลักดันให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่ในกรุงเทพฯ ในปีนี้ ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ที่เสนอขาย มีบริษัทหลายๆ บริษัทที่ยังคงมีการปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์และปล่อยขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลักของบริษัทออกมา ในส่วนของความต้องการซื้อ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้เข้าซื้อที่ดินเพิ่มมากขึ้นเพื่อการพัฒนาโครงการใหม่ ในขณะเดียวกัน ก็มีนักลงทุนส่วนหนึ่งที่สนใจลงทุนซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนที่สูงกว่าในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำ
 
อีกปัจจัยหนึ่งได้แก่ การที่ช่องว่างของราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องการมีความแตกต่างกันน้อยลง “เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ได้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง ผู้ขายที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ของตน ตระหนักถึงประเด็นนี้ จึงมีความประนีประนอมมากขึ้นในเรื่องราคาที่เสนอขาย ซึ่งทำให้การตกลงซื้อขายเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น” นายอำพลกล่าว
 
นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า การซื้อขายหลายๆ รายการในไตรมาสสอง มีการเร่งรีบมากขึ้น เนื่องจากถึงกำหนดหมดอายุของมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาล ผู้ขายหลายรายมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในขั้นตอนของการเจรจาซื้อขาย เพื่อให้การขายเสร็จสิ้นและโอนได้ทันก่อนที่มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐฯ จะหมดอายุลงภายในวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่าน
 
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แข่งกันซื้อที่ดินทำเลดี
 
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่หลายรายการในช่วงครึ่งแรกของปี เป็นการซื้อที่ดินโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะแปลงที่ดินที่อยู่ห่างจากสถานีบีทีเอส เอ็มอาร์ที หรือแอร์พอร์ตลิงค์ ในระยะไม่เกิน 200 เมตร เป็นที่ต้องการมากเป็นพิเศษ
 
นายอำพลอธิบายว่า บริษัทผู้พัฒนาโครงการพยายามหาซื้อเพิ่มแปลงที่ดินที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ เพราะในช่วงที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมราคาระดับกลางที่อยู่ไม่ห่างจากสถานีบีทีเอสและเอ็มอาร์ที ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดมากในช่วงที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากการที่คอนโดในกลุ่มนี้หลายๆ โครงการที่เพิ่งเปิดตัวใหม่หรือเปิดการขายก่อนเริ่มก่อสร้าง สามารถขายได้อย่างรวดเร็ว
 
ในช่วงครึ่งปีแรก โจนส์ แลง ลาซาลล์เป็นตัวแทนในการปิดการขายแปลงที่ดินจำนวนหนึ่งไปแล้ว คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2 พันล้านบาท โดยแปลงที่ดินส่วนใหญ่ตั้งอยู่ห่างจากระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูงไม่มากนัก โดยผู้ซื้อเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่วางแผนลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดบนแปลงที่ดินที่ซื้อไป
 
นายอำพลคาดว่า แนวโน้มที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเร่งหาซื้อที่ดินทำเลดีจะยังคงดำเนินต่อไป ดังจะเห็นได้จากการที่เร็วๆ นี้ ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยรายใหญ่ๆ อาทิ พฤกษาเรียลเอสเตท, ศุภาลัย และเอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ออกหุ้นกู้เพิ่ม แสดงให้เห็นว่า บริษัทเหล่านี้ มีการเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนใหม่ๆ
 
การลงทุนซื้อขายในตลาดเมืองท่องเที่ยวยังไม่คึกคัก
 
ต่างจากกรุงเทพฯ ตลาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวชายทะเล เช่น พัทยา ภูเก็ตและสมุย ยังคงไม่คึกคัก ทั้งนี้ ตลาดกลุ่มนี้ มีนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อหลัก ดังนั้น นับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงปลายปี 2551 เป็นต้นมา ทำให้การลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเมืองเหล่านี้ชะลอตัวลงไปมาก
 
อย่างไรก็ดี จากการที่เศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้สถานภาพทางการเงินของนักลงทุนต่างชาติกำลังค่อยเริ่มฟื้นตัว ดังนั้น จึงคาดว่า จะเริ่มมีนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเมืองท่องเที่ยวชายทะเลของไทยในอีกไม่ช้า
 
นอกจากนี้ มีอสังหาริมทรัพย์ที่ดีจำนวนมากในเมืองเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทหรือที่ดินเปล่า เสนอขายในราคาที่ไม่แพง โดยอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้บางรายการ เสนอขายในราคาที่ลดลงมากถึง 20-30% เมื่อเทียบกับราคาที่เคยขึ้นไปสูงสุดในช่วง 3-4 ปีก่อนหน้า
 
“นักลงทุนที่ฉลาดมีความรู้ความเข้าใจในวงจรการขึ้นและลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นเชื่อว่า ไม่ช้าก็เร็ว นักลงทุนเหล่านี้จะกลับมา” นายอำพลสรุป