Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทใหม่ที่น่าจับตา


กรุงเทพฯ 26 มิถุนายน 2560 - ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทใหม่ที่เกิดขึ้นมาไม่นานในประเทศไทย โดยเป็นการเสนอพื้นที่เช่าสำหรับให้บุคคลทั่วไปใช้เป็นที่จัดเก็บข้าวของส่วนตัว และสำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กใช้เป็นที่จัดเก็บสินค้าที่รอขายหรือรอส่งให้กับลูกค้า แม้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้จะยังมีไม่มากนัก เนื่องจากยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย แต่มีแนวโน้มเติบโต จากการที่ที่อยู่อาศัยมีราคาสูงขึ้นและขนาดเล็กลง ประกอบกับการขยายจำนวนของธุรกิจขนาดเล็ก ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

 

นายศรัณย์ คุณะกุล ผู้จัดการอาวุธโสฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา เจแอลแอล กล่าวว่า "ธุรกิจบริการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าในประเทศไทยยังเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใหญ่ ผู้ประกอบการในตลาดมีจำนวนไม่มาก ซึ่งแทบทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก และหลักๆ เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ และเมืองที่มีชาวต่างชาติอยู่จำนวนมาก อาทิ พัทยา และภูเก็ต"

 

"เนื่องจากการเช่าห้องเก็บของเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัว เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย ทำให้การมีอยู่ของธุรกิจประเภทนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากนัก และมีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย" นายศรัณย์กล่าวเพิ่มเติม

 

โดยทั่วไป บริการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า จะให้ผู้เช่าสามารถเข้าจัดเก็บหรือนำสิ่งของออกจากห้องได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยใช้คีย์การ์ด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดสรรเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าดูแล

 

การมีผู้ประกอบการจำนวนไม่มากทำให้การแข่งขันต่ำ ประกอบกับขนาดของธุรกิจของผู้ใบริการส่วนใหญ่ค่อนข้างเล็ก ทำให้ห้องเก็บของส่วนตัวในประเทศไทยมีค่าเช่าค่อนข้างสูง อาทิ ห้องขนาด 1.5-4.0 ตารางเมตรในกรุงเทพฯ มีค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,500 บาทต่อเดือน

 

"ค่าเช่าที่ค่อนข้างสูง และการที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เป็นปัจจัยที่ทำให้บริการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่ายังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายในประเทศไทยมากนัก แต่ในระยะยาวเชื่อว่า ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในระดับโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดการให้บริการห้องเก็บของส่วนตัวเติบโต" นายศรัณย์กล่าว

 

ในขณะที่เมืองขยายตัวและขนาดที่อยู่อาศัยในย่านใจกลางเมืองมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จะทำให้คนเมืองต้องการสถานที่นอกบ้านสำหรับจัดเก็บข้าวของส่วนตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน อุปกรณ์กีฬา และอื่นๆ ที่ผู้เป็นเจ้าของไม่มีที่เพียงพอสำหรับจัดเก็บในที่พักอาศัยของตนเอง  เปิดโอกาสให้มีความต้องการมากขึ้นสำหรับบริการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าที่มีความปลอดภัยและเข้าถึงได้สะดวก

 

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว สามารถเห็นได้จากเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก รวมถึงเอเชีย อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ และโตเกียว ที่สังคมเมืองขยายตัว ประชากรมีรายได้สูง แต่ต้องอยู่ในที่อยู่อาศัยที่มีขนาดเล็กลง ที่อยู่อาศัยมีราคาแพงจึงไม่คุ้มที่จะใช้พื้นที่ในที่พักอาศัยเป็นสถานที่เก็บของ

 

นอกจากบุคคลธรรมดาทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็กเป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่ใช้บริการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า เจ้าของธุรกิจในกลุ่มนี้ อาจต้องการสถานที่จัดเก็บสินค้าที่รอการขายหรือส่งมอบให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ ซึ่งสินค้าเหล่านี้ อาจไม่ได้มีจำนวนมากถึงขนาดที่ต้องเช่าโกดังจัดเก็บสินค้า

 

นายศรัณย์เชื่อว่า สำหรับประเทศไทย เมื่อความต้องการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าขยายตัว จะทำให้มีผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น และมีแรงจูงใจในพัฒนาโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้การประหยัดต่อขนาด (economy of scale) สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถเสนอค่าเช่าที่ถูกลงได้ และทำให้การใช้บริการห้องเก็บของให้เช่าส่วนตัวได้รับความนิยมมากขึ้น

 

ดาวน์โหลดรูปศรัณย์ คุณะกูล

http://www.jll.co.th/thailand/PublishingImages/People/Sarun-Kunakool-JLLResearch.jpg

 

เกี่ยวกับเจแอลแอล

 

เจแอลแอลเป็นบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลก มีสำนักงานสาขา 300 แห่งทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย เจแอลแอลเริ่มดำเนินธุรกิจมานับตั้งแต่ปี 2533 ปัจจุบันเป็นบริษัทระหว่างประเทศรายใหญ่ที่สุดในธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ด้วยพนักงานมากกว่า 1,600 คน และมีอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการคิดเป็นพื้นที่รวมทั้งสิ้นกว่า 5 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ เจแอลแอลยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวมอันดับหนึ่งของประเทศไทยติดต่อกันหกปีซ้อน ในการสำรวจความคิดเห็นของคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ประจำปี 2559 โดยนิตยสารยูโรมันนี (Euromoney Real Estate Survey 2016)

 

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

วินัย ใจทน

02 624 6540

winai.jaiton@ap.jll.com