Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

โอกาสสำหรับการพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กในย่านกลางกรุงเพื่อปล่อยเช่ามีศักยภาพสูง

ซัพพลายปัจจุบันไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้เช่าต่างชาติ


บริษัทผู้เชี่ยวชาญบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ระบุว่า จากสถานการณ์ที่จำนวนบ้านเช่าสำหรับชาวต่างชาติในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ในปัจจุบันเกิดภาวะขาดแคลน การพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรขนาดเล็กเพื่อปล่อยเช่า จึงเป็นโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพสูง
 
...
นางสาวดาวนำ ลีลาวิวัฒน์ หัวหน้าแผนกบริการด้านที่พักอาศัย บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในขณะนี้ ปริมาณบ้านในหมู่บ้านจัดสรรที่สร้างขึ้นในย่านใจกลางเมืองเพื่อปล่อยเช่าให้กับผู้เช่าชาวต่างชาติโดยเฉพาะ มีไม่เพียงพอรองรับจำนวนผู้เช่าที่ต้องการที่พักอาศัยที่มีความเป็นส่วนตัวสูง”
 
โจนส์ แลง ลาซาลล์ได้รับการติดต่อสอบถามอย่างต่อเนื่องจากชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ต้องการเช่าบ้านในเขตใจกลางกรุง โดยส่วนใหญ่ต้องการบ้านขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 400-500 ตารางเมตร ในหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กที่มีบ้าน 6-7 หลัง สร้างอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน มีการดูแลรักษาความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบริเวณโดยรอบอย่างดี มีบริการซ่อมบำรุงบ้าน บริการดูแลสวนและสระว่ายน้ำ
 
“เราได้รับงานเป็นตัวแทนจัดหาผู้เช่าให้กับบ้านในกลุ่มนี้จำนวนหนึ่ง และสามารถปล่อยเช่าหมดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ที่ต้องการเช่าอีกด้วย ทั้งนี้ บ้านเช่าเหล่านี้มีค่าเช่าเฉลี่ยรายเดือนอยู่ระหว่าง 180,000 – 300,000 บาทต่อหลัง ขึ้นอยู่กับทำเล ขนาดบ้านและที่ดิน การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ และการมีสวนและสระว่ายน้ำรวมหรือส่วนตัว” นางสาวดาวนำกล่าว
 
เมื่อเทียบค่าเช่าตารางเมตรต่อตารางเมตรกับอพาร์ตเม้นท์หรือคอนโดมิเนียมระดับหรูในย่านใจกลางกรุงเทพฯ พบว่า ค่าเช่าบ้านอาจไม่แตกต่าง แต่กลุ่มชาวต่างชาติที่นิยมการเช่าบ้านส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีความเป็นส่วนตัว มีบรรยากาศร่มรื่น สามารถมีสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน และมีบริเวณสวนส่วนตัวสำหรับสังสรรค์นอกตัวบ้านได้” นางสาวดาวนำกล่าว
 
อย่างไรก็ดี สำหรับบ้านเดี่ยวๆ ที่มีการเสนอเช่า พบว่า ผู้เช่าในกลุ่มเดียวกันนี้ ให้มีความนิยมน้อยกว่า เนื่องจากมีความกังวลในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่มีผู้ซื้อบางส่วนปล่อยเช่า หากมีการตกแต่งที่ดีและตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ได้รับความนิยมเช่นกัน แต่ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กให้เช่าซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าและได้รับการบริหารจัดการเพื่อรองรับการความต้องการของผู้เช่าโดยเฉพาะ
 
นางสาวดาวนำกล่าวว่า จากภาวการณ์ขาดแคลนอุปทานในตลาด การพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กสำหรับปล่อยเช่าให้กับชาวต่างชาติ เป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจมากในขณะนี้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีที่ดินเป็นของตนเองอยู่แล้วในเขตใจกลางเมือง แต่ไม่ต้องการขายหรือเซ้งที่ดินในเวลานี้
 
“การลงทุนทำหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก โดยแปลงที่ดินที่มีขนาดเริ่มต้นเพียง 300 ตารางวา ก็สามารถพัฒนาโครงการได้ ทั้งนี้ หากไม่นับรวมต้นทุนที่ดิน การทำหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กให้เช่า เป็นการลงทุนที่ไม่สูงและสามารถดำเนินการได้เร็วเมื่อเทียบกับการทำโครงการอพาร์ตเม้นท์หรือโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ประเภทอื่น การบริหารจัดการมีความซับซ้อนน้อยกว่าและสามารถคืนทุนได้เร็ว นอกจากนี้ การบำรุงรักษาหรือปรับปรุงซ่อมแซมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าและดำเนินการได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ พบว่า บ้านที่มีการก่อสร้างที่ดีและได้รับการบำรุงรักษาให้มีสภาพใหม่อยู่ตลอดเวลา จะสามารถปล่อยเช่าได้ดี ถึงแม้มีอายุมากกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม”
 
ในส่วนของผลตอบแทน นางสาวดาวนำกล่าวว่า บ้านเช่าสำหรับชาวต่างชาติสามารถสร้างรายได้ให้แก่เจ้าของในระดับที่ค่อนข้างมั่นคง เนื่องจากสัญญาเช่าส่วนใหญ่มีอายุอย่างน้อยสองปี เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเม้นท์ ที่มีอายุสัญญาเช่าทั่วไปหนึ่งปี
 
อย่างไรก็ดี ผู้ที่คิดจะลงทุนทำหมู่บ้านจัดสรรให้ชาวต่างชาติเช่าต้องศึกษาทำความเข้าใจความต้องการของกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายอย่างลึกซึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้ง การออกแบบหมู่บ้านและตัวบ้าน รวมไปถึงบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นต่ำที่ผู้เช่าต้องการ