Skip Ribbon Commands
Skip to main content

News Release

กรุงเทพฯ

เจแอลแอลสนับสนุนมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย

แม้มาตรการระยะสั้นไม่สามารถสร้างดีมานด์ใหม่เพิ่มให้กับตลาดที่อยู่อาศัยได้ แต่การกระตุ้นให้มีการซื้อและการโอนเร็วขึ้นจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้พัฒนาโครงการ


จากการที่มีนักสังเกตการณ์และนักวิเคราะห์จำนวนมากที่มองว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยยังมีทิศทางที่ไม่สดใสในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า รัฐบาลจึงมีการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือการกระตุ้นภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย 

  • ลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% ของราคาประเมิน และค่าธรรมเนียมการจดจำนองจาก 1% ของมูลค่าสินเชื่อ ให้เหลือ 0.01% สำหรับค่าธรรมเนียมทั้งสองรายการ สำหรับการโอนบ้านหรือคอนโดระหว่าง 19 ตุลาคม 2558 ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2559
  • ให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ระหว่าง 19 ตุลาคม 2558 ไปจนถึงสิ้นเดือนสิ้นปี2559โดยสามารถนำเอา 20% ของมูลค่าที่อยู่อาศัยที่ซื้อไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นระยะเวลา 5 ปีภาษี
แม้มาตรการดังกล่าวจะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น แต่นับเป็นข่าวดีสำหรับตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่เกาะแนวรถไฟฟ้าย่านชานเมืองที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงที่ผ่านมาและส่วนใหญ่มีราคาไม่ถึง 3 ล้านบาท ตามการวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล (โจนส์ แลง ลาซาลล์) 

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “แม้มาตรการระยะสั้นที่ได้รับการเสนอดังกล่าว อาจไม่ช่วยกระตุ้นให้เกิดดีมานด์หรือความต้องการใหม่เพิ่มขึ้นในตลาดที่อยู่อาศัย แต่เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งการซื้อและโอนบ้าน-คอนโดให้เร็วขึ้น”

นางสุพินท์อธิบายว่า “เชื่อมาตรการลดหย่อนภาษีจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเพราะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการซื้อให้กับผู้ซื้อ ในขณะที่มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมธุรกรรมซื้อขายจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่กำลังคิดจะซื้อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว มีการเร่งซื้อเร่งโอนบ้านหรือคอนโดที่เหลือขายในโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว หรือโครงการที่กำลังจะสร้างเสร็จก่อนมาตรการลดหย่อนจะหมดอายุ”

“แม้มาตรการระยะสั้นนี้ อาจไม่สามารถสร้างดีมานด์ใหม่เพิ่มให้กับตลาดที่อยู่อาศัยได้ แต่การกระตุ้นให้ผู้ที่กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะซื้อบ้านหรือคอนโดในโครงการเหล่านี้อยู่แล้ว เร่งตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการมาตรการ ก็นับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก เนื่องจากกิจกรรมการโอนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเสริมความเข้มแข็งทางการเงินให้กับผู้พัฒนาโครงการให้สามารถลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ ต่อไปได้ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการลงทุนโดยภาคเอกชนที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจมหภาคของประเทศต่อไป”